วันจันทร์ ที่ 30 มีนาคม 2569

Login
Login

กกพ. เคาะค่าไฟงวดใหม่ 3.95 บาท! เตรียม 878 ล้าน อุ้มค่าไฟกลุ่มเปราะบาง

กกพ. เคาะค่าไฟงวดใหม่ 3.95 บาท! เตรียม 878 ล้าน อุ้มค่าไฟกลุ่มเปราะบาง

กกพ. เคาะค่าไฟงวดใหม่ 3.95 บาท! เตรียมงบ 878 ล้าน อุ้มกลุ่มเปราะบางใช้ไม่เกิน 300 หน่วยให้จ่ายเท่าเดิม ยันไทยสำรองไฟพอแม้ตะวันออกกลางระอุ

วันนี้ (29 มี.ค. 69) รายงานข่าวจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) จัดทำแนวทางลดค่าไฟฟ้าเฉพาะกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 200-300 หน่วยต่อเดือนให้ใช้ค่าไฟฟ้าเท่าเดิม ชี้ภาครัฐต้องหาเงินมาอุดหนุนประมาณ 878 ล้านบาท หาก กกพ. สรุปค่าไฟฟ้าเฉลี่ย งวดเดือน พ.ค.-ส.ค. 2569 ที่ราคา 3.95 บาทต่อหน่วย ระบุปัญหาการสู้รบในตะวันออกลางจะไม่ทำให้ไทยขาดแคลนเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้า พร้อมเร่ง 5 แนวทางสร้างความมั่นคงด้านไฟฟ้าของประเทศ 

นายพูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ในฐานะโฆษก เปิดเผยว่าได้จัดทำข้อมูลที่ถูกต้องประกอบแนวทางลดค่าไฟฟ้าเฉพาะครัวเรือนที่ใช้ไฟฟ้า 200-300 หน่วย/เดือน เตรียมเสนอรัฐบาลใหม่ เพื่อแบ่งเบาภาระค่าครองชีพและช่วยเหลือค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าให้ประชาชน ส่วนใหญ่ที่เป็นกลุ่มเปราะบาง 80% ของผู้ใช้ไฟฟ้าทั้งหมด ซึ่งสุดท้ายจะใช้วิธีใดขึ้นอยู่กับรัฐบาลจะพิจารณา
 

โดยหากกรณีที่ค่าไฟงวดเดือน พ.ค.-ส.ค.2569 อยู่ที่ 3.95 บาท/หน่วย จากปัจจุบันอยู่ที่ 3.88 บาท/หน่วย ต้องอุดหนุน 7 สตางค์/หน่วย ต้องใช้เงินสนับสนุนประมาณ 878 ล้านบาท แบ่งเป็นกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 200 หน่วย/เดือน ใช้เงิน 333 ล้านบาท กลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 300 หน่วย/เดือน ใช้เงิน 545 ล้านบาท ซึ่งเงินส่วนนี้ต้องเป็นเงินจากภาครัฐ

“เนื่องจากเราไม่มีเงินเหลือแล้ว เพราะเงินเรียกคืนผลประโยชน์ส่วนเกินที่การไฟฟ้าเก็บรักษาไว้ (Claw back) ที่เหลืออยู่ 9,471 ล้านบาท ต้องใช้ในการลดค่าไฟฟ้า งวดเดือนพ.ค.-ส.ค.2569 คิดเป็น 13.43 สตางค์/หน่วย เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบผู้ใช้ไฟฟ้า”นายพูลพัฒน์ ระบุ
 

นายพูลพัฒน์  กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าประเทศไทยจะไม่ประสบปัญหาการขาดแคลนไฟฟ้า ซึ่งเราได้กำหนดมาตรการสร้างความมั่นคงด้านไฟฟ้า โดยเน้นพึ่งพาตัว เร่งนำเข้าไฟฟ้าพลังน้ำจาก สปป.ลาว เพิ่มขึ้นประมาณ 100-200 เมกะวัตต์ รับซื้อไฟฟ้าในกลุ่มผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายเล็ก (SPP) ในกลุ่มพลังงานทดแทน ที่จะเปิดรับซื้อถึงเดือน ธ.ค.2569 และเร่งนำก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทยมาใช้ให้มากขึ้น