วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม 2569

Login
Login

จับตา 26 มี.ค.! อสส. ชี้ขาดสั่งฟ้อง 'บอสมิน-บอสแซม' เซ่นคดีดิไอคอน

จับตา 26 มี.ค.! อสส. ชี้ขาดสั่งฟ้อง 'บอสมิน-บอสแซม' เซ่นคดีดิไอคอน

อสส. ชี้ขาดสั่งฟ้อง 'บอสมิน-บอสแซม' คดีดิไอคอน ข้อหาฉ้อโกง-แชร์ลูกโซ่ หลัง DSI เห็นแย้งสำเร็จ นัดส่งตัวฟ้องศาลอาญา 26 มี.ค. นี้ ลุ้นได้ประกันตัวหรือไม่ หลังบอสชุดแรกยังไร้อิสรภาพ!

วันนี้ (23 มี.ค. 69) ความคืบหน้า คดีดิไอคอนกรุ๊ป ล่าสุด ภายหลังที่ อัยการสูงสุด มีคำสั่งชี้ขาดความเห็นแย้งสั่งฟ้อง นายยุรนันท์ ภมรมนตรี หรือ บอสแซม ,น.ส.พีชญา วัฒนามนตรี หรือ บอสมิน 2 ผู้ต้องหาในความผิดฉ้อโกง และแชร์ลูกโซ่ดิไอคอน บริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป เมื่อช่วงเดือนเมษา 2568 และต่อมา บอสมิน และบอสแซม ได้รับการปล่อยตัว หลังอัยการคดีพิเศษ มีความเห็นไม่ฟ้อง นำไปสู่ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ มีเห็นแย้งในคำสั่งไม่ฟ้องส่งให้อัยการสูงสุดพิจารณา และอัยการสูงสุดมีความเห็นให้สั่งฟ้องทั้งคู่ ทั้งนี้ ภายหลังคำสั่งชี้ขาดฟ้องอัยการสูงสุด ได้ถูกส่งไปยังสำนักงานอัยการคดีพิเศษ เพื่อร่างฟ้องและนัดตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 มายื่นฟ้องต่อศาลตามคำสั่งอัยการสูงสุด

ขณะนี้มีรายงานว่า อัยการคดีพิเศษ1 ที่รับผิดชอบสำนวนคดี ดิไอคอน ได้ส่งหมายเรียกตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 เพื่อนัดมาพบพนักงานอัยการเพื่อนำตัวยื่นฟ้องต่อศาลอาญาในวันที่ 26 มี.ค.2569 ช่วงเช้า ซึ่งการนัดครั้งนี้ ถือเป็นการนัดฟังคำสั่งครั้งแรกภายหลังอัยการสูงสุดยื่นฟ้อง ก็ต้องรอดูว่า ภายในวันดังกล่าวผู้ต้องหาทั้ง 2 จะเดินทางมารายงานตัวต่อพนักงานอัยการหรือจะอ้างเหตุเลื่อนเหมือนคดีดัง ๆ ที่ผ่านมาหรือไม่ 
 

สำหรับขั้นตอน หากผู้ต้องหาทั้ง 2 มารายงานตัว ทางพนักงานอัยการก็จะแจ้งคำสั่งฟ้องของอัยการสูงสุด ซึ่งทางอัยการคดีพิเศษได้ร่างฟ้องไว้แล้ว และนำตัวผู้ต้องหาไปยื่นฟ้องต่อศาลอาญาในวันนั้นเลย เว้นแต่จะมีเหตุอื่นตามกฎหมาย ที่ไม่สามารถส่งตัวฟ้องได้

หากยื่นฟ้องไปแล้ว ผู้ต้องหาทั้ง 2 จะต้องยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวต่อศาล เพื่อให้ศาลพิจารณาว่า จะอนุญาตหรือไม่ ซึ่งที่ผ่านมาจำเลยก่อนหน้านี้ที่ถูกฟ้องไป ยังไม่มีใครได้รับการปล่อยชั่วคราวเลย

สำหรับก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 8 ม.ค.2568 พนักงานคดีพิเศษยื่นฟ้อง นายวรัตน์พล วรัทย์วรกุล หรือ บอสพอล ผู้ต้องหาที่ 1 กับพวกรวม 17 คน ข้อหา "ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน, ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันประกอบธุรกิจขายตรง ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงดำเนินกิจการใน ลักษณะที่เป็นการชักชวนให้บุคคลเข้าร่วมเป็นเครือข่ายในการประกอบธุรกิจโดยตกลงว่าจะให้ผลประโยชน์ตอบแทนจากการหาผู้เข้าร่วมเครือข่ายดังกล่าวซึ่งคำนวณจากจำนวนผู้เข้าร่วมเครือข่ายที่เพิ่มขึ้นโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย, ร่วมกันประกอบธุรกิจขายตรงโดยไม่ได้รับอนุญาต"
 

เหตุเกิดระหว่างวันที่ 12 ส.ค.63 ถึงวันที่ 31 ส.ค.67 ใน ท้องที่แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพฯ  และหลายท้องที่ทั่วราชอาณาจักรต่อเนื่องกัน คิดเป็นค่าเสียหายรวมประมาณ 649,912,290 บาท 

โดยรายชื่อผู้ต้องหาทั้ง 17 คนที่ถูกฟ้องชุดแรกในครั้งนั้นประกอบด้วย บริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด โดยนายวรัตน์พล วรัทย์วรกุล กรรมการผู้มีอำนาจ ผู้ต้องหาที่ 1 ,นายวรัตน์พล วรัทย์วรกุล หรือบอสพอล ผู้ต้องหาที่ 2, นายจิระวัฒน์ แสงภักดี หรือบอสแล็ป ผู้ต้องหาที่ 3, นายกลด เศรษฐนันท์ หรือบอสปีเตอร์ ผู้ต้องหาที่ 4, น.ส.ปัญจรัศม์ กนกรักษ์ธนพร หรือบอสปัน ผู้ต้องหาที่ 5, นายฐานานนท์ หิรัญไชยวรรณ หรือบอสหมอเอก ผู้ต้องหาที่ 6, น.ส.นัฐปสรณ์ ฉัตรธนสรณ์ หรือบอสสวย ผู้ต้องหาที่ 7, น.ส.ญาสิกัญจณ์ เอกชิสนุพงศ์ หรือบอสโซดา ผู้ต้องหาที่ 8, นายนันทธรัฐ เชาวนปรีชา หรือบอสโอม ผู้ต้องหาที่ 9, นายธวิณทรภัส ภูพัฒนรินทร์ หรือบอสวิน ผู้ต้องหาที่ 10, น.ส.กนกธร ปูรณะสุคนธ์ หรือบอสแม่หญิง ผู้ต้องหาที่ 11, น.ส.เสาวภา วงษ์สาขา หรือบอสอูมมี ผู้ต้องหาที่ 12, นายเชษฐ์ณภัฏ อภิพัฒนกานต์ หรือบอสทอมมี่ ผู้ต้องหาที่ 13, นายหัสยานนท์ เอกชิสนุพงศ์ หรือบอสป๊อบ ผู้ต้องหาที่ 14, นางวิไลลักษณ์ ยาวิชัย หรือบอสจอย ผู้ต้องหาที่ 15, นายธนะโรจน์ ธิติจริยาวัชร์ หรือบอสออฟ ผู้ต้องหาที่ 16 และนายกันต์ กันตถาวร หรือบอสกันต์ ผู้ต้องหาที่ 19

โดยอัยการคดีพิเศษในขณะนั้น สั่งไม่ฟ้อง นายยุรนันท์ ภมรมนตรี หรือบอสแซม ผู้ต้องหาที่ 17 และ น.ส.พีชญา วัฒนามนตรี หรือบอสมิน ผู้ต้องหาที่ 18 แย้งความเห็นพนักงานสอบสวนดีเอสไอ

ต่อมาอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ มีเห็นแย้งในคำสั่งไม่ฟ้องส่งให้อัยการสูงสุดพิจารณา

ต่อมาอัยการสูงสุดมีหนังสือชี้ขาดลงมา ถึงอัยการคดีพิเศษลงมาเมื่อวันที่ 17 ก.พ.เห็นควรชี้ขาดตามความเห็นของอธิบดีเอสไอให้ฟ้องผู้ต้องหาทั้ง2 ราย