วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม 2569

Login
Login

รัฐบาล ยันน้ำมันไทยมีพอใช้ 103 วัน! เร่งแก้ปม 'น้ำมันขาดแคลน' บางจุด

รัฐบาล ยันน้ำมันไทยมีพอใช้ 103 วัน! เร่งแก้ปม 'น้ำมันขาดแคลน' บางจุด

รัฐบาลยันน้ำมันไทยสำรองพอใช้ 103 วัน! เร่งแก้ปมขาดแคลนบางจุด คาดคลี่คลายใน 2 สัปดาห์ พร้อมสั่งพาณิชย์คุมเข้มราคาสินค้าและเกาะติดสถานการณ์ตะวันออกกลาง

วันนี้ (22 มี.ค. 69) ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง แถลงข่าวโดย นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ดร.สราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน นางสาวญานี ศรีมณี รองอธิบดีกรมการค้าภายใน ร่วมกันแถลงและชี้แจงประเด็นข้อสงสัยจากประชาชน ดังนี้

น้ำมันมีเพียงพอ แต่ทำไมบางพื้นที่ยังเกิดปัญหาขาดแคลน?

ดร.สราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ชี้แจงว่า ในภาพรวมประเทศไทยยังมีน้ำมันเพียงพอ โดยมีปริมาณน้ำมันสำรองรวมประมาณ 103 วัน ประกอบด้วยน้ำมันสำรองเพื่อการค้า 1,504 ล้านลิตร น้ำมันสำรองตามกฎหมาย 3,389 ล้านลิตร น้ำมันที่อยู่ระหว่างขนส่งอีกประมาณ 4,200 ล้านลิตร และมีการทำสัญญาจัดหาน้ำมันเพิ่มเติมแล้วอีกประมาณ 3,700 ล้านลิตร ขณะที่กำลังการผลิตยังอยู่ในระดับสูง โดยน้ำมันเบนซินผลิตได้ 35.28 ล้านลิตรต่อวัน และมีปริมาณจำหน่ายประมาณ 34.40 ล้านลิตรต่อวัน ส่วนดีเซลผลิตได้ 79.9 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งสูงกว่าความต้องการใช้ในภาวะปกติที่อยู่ที่ประมาณ 67–70 ล้านลิตรต่อวัน อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมา ความต้องการใช้น้ำมันเพิ่มสูงขึ้นผิดปกติโดยบางช่วงพุ่งเกิน 100 ล้านลิตรต่อวัน ส่งผลให้ระบบขนส่งปรับตัวไม่ทัน และเกิดปัญหาคอขวดในบางพื้นที่ แม้ปริมาณน้ำมันโดยรวมจะเพียงพอ ทั้งนี้ ในวันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา ปริมาณการจำหน่ายดีเซลอยู่ที่ประมาณ 71 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งต้องมีการดึงน้ำมันจากสต็อกสำรองมาใช้เพิ่มเติม รัฐบาลจึงเร่งแก้ไขสถานการณ์โดยผ่อนผันให้รถบรรทุกน้ำมันสามารถวิ่งได้ตลอด 24 ชั่วโมงทั่วประเทศ พร้อมทั้งบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งกระจายน้ำมันเข้าสู่สถานีบริการ รวมถึงดำเนินมาตรการอัดฉีดน้ำมันเข้าระบบเพื่อลดปัญหาคอขวด คาดว่าสถานการณ์จะทยอยคลี่คลายภายใน 1–2 สัปดาห์
 

ในส่วนของการกำกับดูแล ได้มีการลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีร้องเรียน เช่น การตรวจคลังน้ำมันในจังหวัดอ่างทอง ซึ่งพบประเด็นเกี่ยวกับเอกสารกำกับการขนส่งที่ไม่ถูกต้อง และอยู่ระหว่างดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมทั้งพัฒนาระบบ Fuel Map เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบสถานการณ์น้ำมันในแต่ละพื้นที่ได้อย่างโปร่งใส

การกักตุนสินค้า หรือฉวยโอกาสขึ้นราคามีหรือไม่?

นางสาวญานี ศรีมณี รองอธิบดีกรมการค้าภายใน ชี้แจงว่า ได้ติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าและปริมาณสินค้าอย่างใกล้ชิด โดยในช่วงวันที่ 1–20 มีนาคม 2569 มีการดำเนินการตรวจสอบรวม 2,321 กรณี และลงพื้นที่ตรวจสถานประกอบการ 2,021 แห่งทั่วประเทศ แบ่งเป็นสถานีบริการน้ำมัน 1,262 แห่ง ร้านจำหน่ายปุ๋ย 433 แห่ง และตลาด/ค้าปลีกค้าส่ง 326 แห่ง เพื่อกำกับดูแลให้การจำหน่ายสินค้าเป็นไปตามราคาที่แสดงและสอดคล้องกับต้นทุนจริง ในส่วนของการรับเรื่องร้องเรียนผ่านสายด่วน 1569 มีจำนวนรวม 300 เรื่อง แบ่งเป็นในกรุงเทพมหานคร 53 เรื่อง และต่างจังหวัด 247 เรื่อง โดยตรวจสอบแล้วเสร็จ 99 เรื่อง พบการกระทำผิด เช่น ไม่แสดงราคาสินค้า 12 ราย และจำหน่ายไม่ตรงราคาที่แสดง 3 ราย ซึ่งได้ดำเนินการตามกฎหมายแล้ว ขณะที่อีก 201 เรื่องยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ
 

นอกจากนี้ ยังมีกรณีร้องเรียนเกี่ยวกับการจำหน่ายสินค้าในราคาสูงเกินสมควรอีก 25 เรื่อง ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาต้นทุน กระทรวงพาณิชย์ยังได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชน โดยขยายจุดจำหน่ายสินค้าธงฟ้า สร้างเครือข่ายแจ้งพิกัดสินค้าราคาประหยัดทั่วประเทศ และเตรียมมาตรการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง เช่น เกษตรกรและผู้มีรายได้น้อย รวมถึงโครงการธงเขียวลดราคาปุ๋ยและปัจจัยการผลิตในช่วงฤดูกาลเพาะปลูก พร้อมยืนยันว่าจะกำกับดูแลไม่ให้มีการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าอย่างเข้มงวด

สถานการณ์ตะวันออกกลางกระทบคนไทยอย่างไร และควรปฏิบัติตัวอย่างไร?

นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงมีความรุนแรงต่อเนื่องเข้าสู่สัปดาห์ที่ 4 และมีการขยายการโจมตีไปยังโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในหลายประเทศ ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจโลก ขณะเดียวกันสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซยังคงมีความตึงเครียดสูง และมีความพยายามจากหลายประเทศในการผลักดันให้การเดินเรือกลับมาเป็นปกติ กระทรวงการต่างประเทศจึงขอให้คนไทยหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยง ติดตามข้อมูลข่าวสารจากสถานเอกอัครราชทูตอย่างใกล้ชิด บันทึกหมายเลขฉุกเฉิน และดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Thai Consular เพื่อใช้ในการติดต่อขอความช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉิน และขอให้ปฏิบัติตนตามกฎระเบียบของประเทศนั้น ๆ อย่างเคร่งครัด

ในส่วนของการช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่ รัฐบาลยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ทั้งกรณีแรงงานไทยในอิสราเอล ที่เสียชีวิต 1 ราย ซึ่งอยู่ระหว่างการประสานส่งร่างกลับประเทศไทย รวมถึงการอพยพแรงงานและนักศึกษาไทยจากพื้นที่เสี่ยง โดยล่าสุดมีคนไทยได้รับความช่วยเหลือออกจากพื้นที่แล้วรวม 1,475 คน รัฐบาลยืนยันว่าจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และให้ความช่วยเหลือคนไทยในต่างประเทศอย่างเต็มที่ พร้อมขอความร่วมมือประชาชนใช้ชีวิตตามปกติ ไม่ตื่นตระหนก ใช้พลังงานอย่างเหมาะสม และติดตามข้อมูลจากภาครัฐอย่างต่อเนื่อง