เตรียมไปกดเงินมาใช้จ่าย ข้าราชการ-ลูกจ้างประจำ ได้เฮอีกครั้ง กรมบัญชีกลาง รอโอนเงินแล้ว เช็ก เงินเข้ารอบ 2 วันไหน วันจ่าย เงินเดือนข้าราชการ มี.ค.69 ออกแล้ว รู้ทุกเดือน
เหล่าข้าราชการไทย ลูกจ้างประจำ ได้เฮอีกครั้ง เตรียมไปกดเงินมาใช้จ่าย กรมบัญชีกลาง รอโอนเงินแล้ว เช็กที่นี่ เงินเข้ารอบ 2 วันไหน วันจ่าย "เงินเดือนข้าราชการ มี.ค.69" ออกแล้ว รู้ทุกเดือน ตารางโอนเงิน ว่าเงินเข้าตอนไหนบ้าง ช่วยทุกคน วางแผนการเงิน และชำระหนี้สินในช่วงปลายเดือนได้ทันที ไม่ติดขัด
เช็กตารางโอนเงินเดือนข้าราชการ มีนาคม 2569
สำหรับ ข้าราชการและลูกจ้างประจำ ที่เลือกรับเงินเดือนแบบ "แบ่งจ่าย 2 รอบ" เพื่อช่วยเพิ่มสภาพคล่องในการใช้จ่ายและชำระหนี้สินในช่วงกลางเดือนและปลายเดือน ล่าสุด กรมบัญชีกลาง เตรียมโอนเงินรอบสุดท้ายของเดือนนี้แล้ว ดังนี้
- รอบที่ 1: โอนเข้าบัญชีเรียบร้อยแล้ว เมื่อวันจันทร์ที่ 16 มีนาคม 2569
- รอบที่ 2 (สถานะรอโอน): เตรียมรับเงินในวันพฤหัสบดีที่ 26 มีนาคม 2569 (เหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่วัน)
หมายเหตุสำคัญ : สำหรับกลุ่มที่เลือกรับเงินแบบ "รอบเดียว" หรือไม่ได้แจ้งความประสงค์แบ่งจ่าย เงินจะโอนเข้าบัญชีในวันพฤหัสบดีที่ 26 มีนาคม 2569 ซึ่งเป็นวันเดียวกับการจ่ายรอบที่ 2 นั่นเอง
อยากเปลี่ยนใจ จาก 2 รอบเป็นรอบเดียว (หรือกลับกัน) ต้องทำยังไง?
หลายคนอาจจะสงสัยว่า หากปีนี้ใช้ระบบ 2 รอบแล้วรู้สึกไม่ถนัด หรือใครที่รับรอบเดียวแล้วอยากเปลี่ยนมาแบ่งจ่ายเพื่อบริหารเงินให้คล่องตัวขึ้น จะสามารถทำได้ทันทีเลยหรือไม่? คำตอบคือ "ต้องรอรอบปี" โดยมีเงื่อนไขดังนี้
- ยื่นเรื่องได้ปีละ 1 ครั้งเท่านั้น: จะเปิดให้แจ้งความประสงค์ในช่วงวันที่ 1 - 15 ธันวาคม ของทุกปี
- สถานที่ติดต่อ: แจ้งได้ที่ ส่วนราชการหรือหน่วยงานต้นสังกัด ที่ท่านปฏิบัติงานอยู่
- วันที่มีผล: หากยื่นเรื่องในเดือนธันวาคม 2569 การเปลี่ยนแปลงจะมีผลเริ่มใน รอบเดือนมกราคม 2570 เป็นต้นไป
ทำไมต้องแบ่งจ่าย 2 รอบ สิทธิประโยชน์ที่ข้าราชการควรรู้
นโยบายนี้ถูกออกแบบมาเพื่อเป็น "ทางเลือกตามความสมัครใจ" ไม่มีการบังคับ ซึ่งข้อดีหลักๆ คือการช่วยให้ข้าราชการมีเงินสดในมือเพื่อหมุนเวียนใช้จ่ายในช่วงกลางเดือน ลดปัญหาการกู้หนี้ยืมสินนอกระบบ และช่วยให้การวางแผนชำระค่างวดต่างๆ ทำได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องรอจนถึงสิ้นเดือนเพียงอย่างเดียว
การทราบวันเงินออกล่วงหน้าจะช่วยให้คุณวางแผนการตัดยอดบัตรเครดิต ชำระค่าน้ำ ค่าไฟ หรือหนี้สินสหกรณ์ได้อย่างแม่นยำ ป้องกันการค้างชำระและดอกเบี้ยที่อาจเกิดขึ้นได้
อ้างอิง : กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง





