วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน 2569

Login
Login

‘บ้านอิ่มใจ’ กทม. จากที่พัก สู่ความมั่นคง ของคนไร้บ้าน

‘บ้านอิ่มใจ’ กทม. จากที่พัก สู่ความมั่นคง ของคนไร้บ้าน

“บ้านอิ่มใจ” กทม. ดูแลคนไร้บ้านอย่างเป็นระบบ ที่พักพิง พัฒนาทักษะ สร้างโอกาสใหม่ ให้กลับคืนสู่งสังคม ลดโอกาสกลายเป็นคนไร้บ้านถาวร

หลังจากกรุงเทพมหานคร เปิดโครงการ "บ้านอิ่มใจ" อย่างเป็นทางการ โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆ และภาคีเครือข่าย นายทรงยศ อาชวพงศ์ หัวหน้ากลุ่มงานผลิตสื่อประชาสัมพันธ์ กทม.เปิดเผยความคืบหน้าว่า โครงการบ้านอิ่มใจ ได้เริ่มเปิดให้ผู้ผ่านการคัดกรองเข้าพักอาศัย ตั้งแต่วันที่ 25 ก.พ.

โดย กทม.ได้พัฒนาพื้นที่รองรับคนไร้บ้าน บริเวณการประปาแม้นศรี (เดิม) บนพื้นที่ใช้สอยกว่า 44 ไร่ อยู่ใกล้กับบริเวณถนนราชดำเนิน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่คนไร้บ้านอาศัยอยู่จำนวนมาก เพื่อพัฒนากรุงเทพมหานครในด้านความปลอดภัยของประชาชน และด้านสังคมสำหรับคนไร้บ้าน 

โครงการบ้านอิ่มใจ เป็นมากกว่าที่พักพิงชั่วคราว แต่เป็นการพัฒนาระบบที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ความหลากหลายของคนไร้บ้าน ซึ่งจะนำไปสู่การดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืนในระยะยาว

สำหรับโครงการบ้านอิ่มใจ ได้แบ่งพื้นที่ ดังนี้

พื้นที่ 1 บ้านอิ่มใจ ลานบ้าน ลานต้นไม้ ปรับปรุงเป็นพื้นที่รองรับคนไร้บ้านสำหรับนอนพักค้างคืนเป็นรายคืน เพื่อแก้ไขปัญหาการนอนในที่สาธารณะ พร้อมสนับสนุนกิจกรรม และการฝึกอาชีพเพื่อให้สามารถเข้าสู่สังคมได้ด้วย พื้นที่นี้ได้ปรับปรุงอาคารให้รองรับได้ประมาณ 200 คน

ส่วน "ลานบ้านอิ่มใจ" กทม. นำสวัสดิการต่าง ๆ ที่เคยให้บริการคนไร้บ้านจากบริเวณใต้สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้ามาไว้ที่นี่ ประกอบด้วย บริการเครื่องซักผ้า บริการตัดผม บริการทำบัตรประจำตัวประชาชน บริการตรวจสุขภาพ และห้องพยาบาล สำหรับ "ลานต้นไม้" จะเป็นลานอเนกประสงค์ใช้จัดกิจกรรมหมุนเวียน

พื้นที่ 2 อาคาร 6 ชั้น ลานอาคารอนุรักษ์ ปรับปรุงตามแนวคิดที่อยู่อาศัยสำหรับคนเมือง และ First Jobber 

พื้นที่ 3 กลุ่มอาคารโบราณสถาน โดย กทม. ได้อนุรักษ์อาคารให้อยู่ในสภาพเดิม และพัฒนาเป็นพื้นที่สาธารณะสำหรับทุกคน

‘บ้านอิ่มใจ’ กทม. จากที่พัก สู่ความมั่นคง ของคนไร้บ้าน

คุณสมบัติของผู้เข้าพักโครงการบ้านอิ่มใจ

ต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไป สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ แบ่งผู้เข้าพักเป็น 3 ประเภท ได้แก่ 

กลุ่มที่ต้องการฝึกอาชีพและทำงาน เลือกวิชาเรียนตามความต้องการได้ เช่น ทำอาหาร ช่างตัดผม ช่างสวน ฯลฯ เข้าพักได้สูงสุด 2 เดือน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

ส่วนกลุ่มที่ไม่ประสงค์ฝึกอาชีพ แต่ต้องการที่พักพิงชั่วคราว เข้าพักได้ 7 คืนต่อเดือน ไม่จำเป็นต้องเข้าพักติดต่อกันทุกคืน พร้อมส่งเสริมให้ออมเงินเข้าบัญชีตนเอง จำนวน 50 บาทต่อวัน (ตั้งแต่คืนที่ 8 เป็นต้นไป

กลุ่มกรณีฉุกเฉินหรือเร่งด่วน ขอคำปรึกษาและรับดูแลเบื้องต้น ก่อนส่งต่อไปยังหน่วยงานที่เหมาะสมต่อไป

นายทรงยศ ยังกล่าวถึงความร่วมมือระหว่าง กทม. กับองค์กรที่ทำงานด้านคนไร้บ้าน ทั้งองค์กรพัฒนาเอกชน และองค์กรที่เข้ามาช่วยพัฒนาศักยภาพคนไร้บ้าน อาทิ มูลนิธิอิสรชน มูลนิธิกระจกเงา มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย และโรงเรียนตั้งต้นดี สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย รวมไปถึงแผนงานพัฒนาองค์ความรู้และประสานเครือข่าย เพื่อการสร้างเสริมสุขภาวะคนไร้บ้าน สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนักวิชาการสาธารณสุข สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข

โดยการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) รวมถึงหน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญในการรับและส่งต่อ อย่างศูนย์คุ้มครองและเสริมสร้างคุณภาพชีวิต กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เพื่อวัตถุประสงค์สำคัญ คือการจัดบริการที่พักและดูแลคนไร้บ้านอย่างเป็นระบบแห่งการดูแลของ กทม. 

นอกจากนี้ กทม.ได้ลงพื้นที่เพื่อดูแลความเรียบร้อย และแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายในการจัดระเบียบเมือง และดูแลคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกกลุ่ม หากพบคนไร้บ้านในพื้นที่ใดก็พร้อมช่วยเหลือทันที ทั้งการประสานงานส่งต่อให้กับ พม. เพื่อเข้าสู่กระบวนการคุ้มครองสวัสดิการ รวมถึงการจัดหางานให้ทำ เพื่อให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น 

ส่วนคนที่มีความประสงค์จะกลับภูมิลำเนา กทม. ก็จะอำนวยความสะดวกเพื่อให้สามารถเดินทางกลับได้โดยสวัสดิภาพ 

ทั้งนี้ สามารถสอบถามข้อมูล และยื่นความประสงค์เข้ารับการฝึกอาชีพได้ที่ โทร 0 2245 5169 ตั้งแต่เวลา 09.00-15.00 น. ณ บ้านอิ่มใจ (การประปาแม้นศรี หลังเก่า) เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย 

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่ eBook กทม.สาร  https://links.bookkurry.com/bkk_news_issue_300