วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน 2569

Login
Login

ดันไทยสู่ฮับโดรนโลก! จับมือ EHang ยกระดับขนส่ง-กู้ภัยอัจฉริยะ

ดันไทยสู่ฮับโดรนโลก! จับมือ EHang ยกระดับขนส่ง-กู้ภัยอัจฉริยะ

"พิพัฒน์" ดันไทยฮับโดรนโลก! จับมือ EHang นำเทคโนโลยี eVTOL ยกระดับขนส่ง-กู้ภัยอัจฉริยะ มอบ CAAT เร่งกฎหมายคุมเข้มความปลอดภัยสูงสุด

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดรับฟังแนวทางการยกระดับระบบการขนส่งทางอากาศของประเทศไทยให้ก้าวสู่อนาคต ให้นายหวัง เจา (Wang Zhao) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ นายไมเคิล ผู้จัดการทั่วไป ตัวแทนบริษัทในประเทศไทย และคณะผู้บริหารจากบริษัท EHang ซึ่งเป็นผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ (AAM - Advanced Air Mobility) เข้าพบเพื่อหารือถึงแนวทางการนำเทคโนโลยี eVTOL (Electric Vertical Takeoff and Landing) มาใช้ประโยชน์ในประเทศไทย โดยมี ดร.ปัญญา ชูพานิช รองปลัดกระทรวงคมนาคม  นายจิรโรจน์ ศุกลรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร พลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) และผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมหารือ เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 ณ ห้องประชุมราชรถ 1 กระทรวงคมนาคม
 

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า การหารือร่วมกับบริษัท EHang ผู้นำด้านอากาศยานไร้คนขับ (eVTOL) และเทคโนโลยี Advanced Air Mobility (AAM) ระดับโลก รัฐบาลไทยพร้อมเปิดรับเทคโนโลยีการคมนาคมทางอากาศสมัยใหม่จากต่างประเทศเพื่อนำมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์กับประชาชน ทั้งด้านการเดินทาง การแพทย์ และการช่วยเหลือในสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยรัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับการเปิดรับเทคโนโลยีใหม่ แต่ต้องดำเนินการควบคู่กับการวางระบบกำกับดูแลที่ชัดเจนเพื่อสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยให้กับประชาชนในระยะยาว ที่สำคัญได้มอบหมายให้ CAAT เร่งจัดทำ Regulatory Framework รองรับเทคโนโลยีการบินรูปแบบใหม่ ทั้งมาตรฐาน อากาศยาน การออกใบอนุญาต และการบริหารจัดการห้วงอากาศ ให้พร้อมก่อนดำเนินกิจการงานการบินทุกประเภท นอกจากนี้ ยังเน้นว่าการลงทุนในลักษณะดังกล่าว ภาครัฐจะทำหน้าที่สนับสนุนและอำนวยความสะดวกด้านนโยบายและกฎระเบียบ พร้อมเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนไทยร่วมลงทุนกับบริษัทต่างประเทศ เพื่อให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีและประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ
 

ด้าน พลอากาศเอก มนัท ระบุว่า การนำเทคโนโลยี eVTOL และอากาศยานไร้คนขับมาใช้ในประเทศไทย จำเป็นต้องอยู่ภายใต้กรอบมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล โดย CAAT อยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมด้านกฎระเบียบที่ครอบคลุม ทั้งการรับรองแบบอากาศยาน การออกใบอนุญาตผู้ปฏิบัติการและบุคลากร ระบบบริหารจัดการจราจรทางอากาศสำหรับโดรน รวมถึงการกำหนดเงื่อนไขสำคัญ เช่น ผู้ประกอบการต้องมีฐานการดำเนินงานในประเทศไทยเพื่อให้สามารถกำกับดูแล ตรวจสอบ และพัฒนาอุตสาหกรรมในประเทศได้อย่างยั่งยืน

บริษัท EHang ระบุว่า บริษัทมีประสบการณ์ทดสอบและให้บริการในกว่า 20 ประเทศ และได้รับการรับรองมาตรฐานจากหน่วยงานภาครัฐของประเทศจีน โดยมีความพร้อมในการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในประเทศไทย โดยมองว่าไทยมีศักยภาพสูง ทั้งด้าน การท่องเที่ยว การลดปัญหาการจราจร  ในเมือง การช่วยเหลือผู้ประสบภัยและการแพทย์ฉุกเฉิน และการขนส่งสินค้าในพื้นที่ทุรกันดาร รวมถึงมีจุดแข็งด้านพลังงานสะอาด เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ ที่สามารถนำมาสนับสนุนการดำเนินงานของอากาศยานไฟฟ้าในอนาคต อีกทั้ง EHang มึความสนใจในการตั้งฐานการดำเนินงานในประเทศไทย พร้อมขอรับคำแนะนำด้านกฎหมายและการลงทุน ซึ่งฝ่ายไทยจะประสานงานผ่านหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น BOI และหน่วยงานกำกับดูแลต่อไป