จับแล้ว 'เสือปิ่น' เสือโคร่งวัยชรา หลังออกนอกป่าหากินในชุมชน จ.กำแพงเพชร กรมอุทยานฯ เตรียมย้ายดูแลในกรงมาตรฐานถาวร เพื่อสวัสดิภาพสัตว์-ความปลอดภัยของประชาชน
วันนี้ (18 มีนาคม 2569) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช แถลงความสำเร็จปฏิบัติการควบคุมตัว 'เสือโคร่งปิ่น' (HKT236F) เสือโคร่งเพศเมียวัยชรา หลังออกนอกพื้นที่ป่าอนุรักษ์ล่าสัตว์เลี้ยงของราษฎรในพื้นที่ อ.แม่วงก์ จ.กำแพงเพชร ซ้ำเป็นครั้งที่สอง เตรียมยกระดับการดูแลในกรงมาตรฐานถาวรเพื่อความปลอดภัยของชุมชน พร้อมขานรับนโยบายเร่งด่วนจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ
นายสุขี บุญสร้าง ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า เปิดเผยว่า ทีมวิจัยและสัตวแพทย์จากสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์) ได้ติดตามพิกัดจากปลอกคอดาวเทียมอย่างใกล้ชิด จนสามารถเข้าควบคุมตัวเสือปิ่นได้สำเร็จเมื่อคืนวันที่ 17 มีนาคมที่ผ่านมา โดยครั้งนี้ กรมอุทยานฯ พิจารณาปรับแผนจากการปล่อยคืนสู่ป่า เป็นการเคลื่อนย้ายไปยังสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยขาแข้งแทน
ด้าน นางชยาภร อามระดิษฐ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์) กล่าวว่า จากการประเมินเบื้องต้นพบว่า เสือปิ่นมีอายุถึง 13 ปี ซึ่งถือเป็นช่วงปลายวัยตามธรรมชาติ สันนิษฐานว่าด้วยสภาพร่างกายที่โรยราประกอบกับการถูกเสือรุ่นหนุ่มสาวแย่งชิงอาณาเขต ทำให้ต้องออกมาหากินใกล้ชุมชนและเริ่มล่าสัตว์เลี้ยง การนำมาดูแลในกรงมาตรฐานแบบถาวร จึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด ทั้งเพื่อสวัสดิภาพของตัวเสือเอง และเพื่อสร้างความอุ่นใจให้แก่ประชาชนในพื้นที่
จากการลำดับเหตุการณ์พบว่า เสือปิ่นเริ่มออกนอกเขตป่าตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ แม้เจ้าหน้าที่จะผลักดันกลับคืนสู่ธรรมชาติได้สำเร็จเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 แต่ต่อมาในวันที่ 13 มีนาคม กลับพบว่าเสือปิ่นได้ย้อนกลับมาล่าสุกรของราษฎรเสียหายรวม 8 ตัว เจ้าหน้าที่จึงต้องเร่งเข้ากระชับพื้นที่เพื่อยุติปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับสัตว์ป่าอย่างเบ็ดเสร็จ
ขณะที่ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้กำชับให้ กรมอุทยานฯ วางมาตรการเชิงรุก ทั้งการเสริมแนวป้องกันที่แข็งแกร่งและการสนับสนุนชุดสายตรวจชุมชน เพื่อส่งเสริมการอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับป่าอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ ทีมสัตวแพทย์จะดำเนินการตรวจร่างกายและประเมินพฤติกรรมของเสือปิ่นอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อวางแผนการดูแลในระยะยาว ณ สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า และป้องกันการเกิดปัญหาซ้ำซ้อนในอนาคต





