วันพุธ ที่ 18 มีนาคม 2569

Login
Login

เช็กพิกัด น้ำทะเลหนุนสูง 21-23 มี.ค. เสี่ยงน้ำท่วม-น้ำเค็มรุกล้ำ

เช็กพิกัด น้ำทะเลหนุนสูง 21-23 มี.ค. เสี่ยงน้ำท่วม-น้ำเค็มรุกล้ำ

สทนช. เตือนน้ำทะเลหนุนสูง 21-23 มี.ค. 69 เช็กพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมริมเจ้าพระยา-แม่กลอง-ท่าจีน พร้อมเฝ้าระวังน้ำเค็มรุกล้ำกระทบ 7 จังหวัดและถนนสายหลัก

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ออกประกาศเตือนประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำและชายฝั่ง ให้เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นจากอิทธิพลของน้ำทะเลหนุนสูง และมรสุมในช่วงวันที่ 21 – 23 มีนาคม 2569 นี้ หวั่นกระทบพื้นที่ชุมชนนอกคันกั้นน้ำและพื้นที่การเกษตร

เช็กพิกัด น้ำทะเลหนุนสูง 21-23 มี.ค. เสี่ยงน้ำท่วม-น้ำเค็มรุกล้ำ

1. สาเหตุและปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวัง

ปรากฏการณ์น้ำทะเลหนุนสูงในครั้งนี้ เกิดจากปัจจัยหลัก 2 ส่วนที่ขยับตัวพร้อมกัน คือ:

  • น้ำทะเลหนุนสูงตามวงรอบ : ส่งผลโดยตรงต่อระดับน้ำในแม่น้ำสายหลักที่ไหลลงสู่อ่าวไทย
  • สภาพอากาศ : ลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ทำให้มีฝนตกหนักบางแห่งและคลื่นลมมีกำลังแรงขึ้น ซึ่งเป็นตัวเร่งให้ระดับน้ำในแม่น้ำยกตัวสูงกว่าปกติ

2. พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันและน้ำเอ่อล้น

ประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณต่อไปนี้ ควรเตรียมพร้อมรับมือระดับน้ำที่อาจไหลเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำ:

  • ริมแม่น้ำสายหลัก : แม่น้ำเจ้าพระยา, แม่น้ำแม่กลอง และแม่น้ำท่าจีน
  • จุดเสี่ยง : ชุมชนที่อยู่นอกแนวคันกั้นน้ำ และบริเวณที่ไม่มีแนวป้องกันน้ำถาวร (ฟันหลอ)
  • เส้นทางสัญจร : เฝ้าระวังน้ำท่วมขังบนผิวจราจรบริเวณ ถนนสุขุมวิท, ถนนสุขสวัสดิ์ และถนนพระราม 2

3. เตือนภัย "น้ำเค็มรุกล้ำ" กระทบน้ำประปาและการเกษตร

นอกจากปัญหาน้ำท่วมแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดคือ คุณภาพน้ำ เนื่องจากน้ำทะเลที่หนุนสูงจะผลักดันน้ำเค็มรุกล้ำเข้ามาในลำน้ำลึกขึ้น ส่งผลกระทบต่อ:

  • การอุปโภค-บริโภค: คุณภาพน้ำดิบสำหรับผลิตน้ำประปาอาจมีค่าความเค็มเกินมาตรฐาน
  • ภาคการเกษตร: สวนผลไม้และพืชผลในพื้นที่ลุ่มภาคกลางตอนล่าง

7 จังหวัดเฝ้าระวังใกล้ชิด : สมุทรปราการ, กรุงเทพมหานคร, นนทบุรี, ปทุมธานี, สมุทรสาคร, นครปฐม และสมุทรสงคราม

คำแนะนำสำหรับประชาชน:

  1. ติดตามประกาศจากทางราชการและระดับน้ำขึ้น-น้ำลงอย่างใกล้ชิด
  2. ตรวจสอบแนวคันกั้นน้ำส่วนตัว (ถ้ามี) และเตรียมกระสอบทรายในจุดที่น้ำเคยเข้าถึง
  3. เกษตรกรควรวางแผนการสูบน้ำเข้าพื้นที่เกษตรเพื่อป้องกันความเสียหายจากน้ำเค็ม