เตือน! ดัชนีความร้อนปี 69 พุ่งสูงเกิน 52°C ระดับอันตรายมาก เช็ก 3 ภาคเสี่ยงสูง ภาคเหนือ-อีสาน-กลาง พร้อม 7 วิธีป้องกันฮีทสโตรกที่รัฐบาลแนะนำ
วันนี้ (18 มี.ค. 69) รองโฆษกรัฐบาลเผย ดัชนีความร้อน (Heat Index) ปีนี้มีแนวโน้มรุนแรงกว่าปีก่อน คาดเมษายน-พฤษภาคม พุ่งสูงแตะระดับอันตรายมาก (เกิน 52°C) เสี่ยงกระทบสุขภาพรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต แนะประชาชนกลุ่มเสี่ยงเฝ้าระวังใกล้ชิด
ดัชนีความร้อน (Heat Index) คืออะไร? ทำไมถึงน่ากลัว
นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ดัชนีความร้อน ไม่ใช่อุณหภูมิปกติที่เราเห็นในพยากรณ์อากาศทั่วไป แต่คือ "อุณหภูมิที่ร่างกายรู้สึกจริง" (Feel Like) ซึ่งคำนวณจากความร้อนผสมกับความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศ
- สถิติปีที่ผ่านมา : ไทยเคยมีค่าดัชนีความร้อนสูงถึง 59.5°C และมีผู้เสียชีวิตจากความร้อนถึง 21 ราย
- คาดการณ์ปี 2569 : มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคกลาง
7 วิธีป้องกันอันตรายจาก "โรคจากความร้อน" และ "ฮีทสโตรก"
รัฐบาลแนะนำให้ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง (ผู้สูงอายุ, เด็กเล็ก, หญิงตั้งครรภ์, ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง และผู้ทำงานกลางแจ้ง) ปฏิบัติตามแนวทางดังนี้:
- เลี่ยงแดดจัด : งดกิจกรรมกลางแจ้งช่วงเวลา 13.00 – 16.00 น.
- จิบน้ำบ่อยๆ : ดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อย 6–8 แก้วต่อวัน ไม่ต้องรอให้กระหาย
- งดแอลกอฮอล์ : หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มมึนเมาและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง
- แต่งตัวระบายอากาศ : สวมเสื้อผ้าเบาสบาย ใช้ร่ม หรือสวมหมวกเมื่อต้องออกแดด
- เฝ้าระวังเรื่องยา : ผู้ที่กินยาลดความดัน ยาแก้คัดจมูก หรือยาจิตเวช ต้องสังเกตอาการเป็นพิเศษเพราะยาอาจมีผลต่อการคุมอุณหภูมิร่างกาย
- อย่าอยู่ลำพัง : หากทำงานกลางแจ้งควรทำเป็นกลุ่มเพื่อช่วยกันสอดส่องอาการ
- ดูแลผู้สูงอายุ : ให้อยู่ในที่อากาศถ่ายเทสะดวก พักผ่อนให้เพียงพอ และดื่มน้ำบ่อยๆ
สัญญาณเตือนอันตราย และการปฐมพยาบาลเบื้องต้น
หากพบผู้ที่มีอาการผิดปกติ เช่น ตัวร้อนจัดแต่ไม่มีเหงื่อ ผิวหนังแดง ชีพจรเต้นเร็ว ปวดศีรษะ สับสน หรือหมดสติ ให้รีบดำเนินการดังนี้:
- ย้ายเข้าที่ร่ม : พาผู้ป่วยเข้าที่เย็นและอากาศถ่ายเท
- ลดอุณหภูมิ : ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นหรือน้ำแข็งประคบตาม หลังคอ รักแร้ และขาหนีบ
- โทรแจ้งสายด่วน : หากอาการไม่ดีขึ้นหรือหมดสติ ให้รีบโทร 1669 ทันที
คำแนะนำเพิ่มเติม: ประชาชนควรติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินระดับความเสี่ยงในแต่ละวันและวางแผนการทำกิจกรรมกลางแจ้งอย่างเหมาะสม





