สทนช. เตือน "เอลนีโญ" มาแน่ พ.ค. นี้! กางแผนรับมือฝนทิ้งช่วงยาวถึงปี 70 ยัน 4 เขื่อนหลักเจ้าพระยาน้ำพอใช้ มั่นใจบริหารจัดการได้ทุกภาคส่วน
วันนี้ (17 มี.ค.69) สทนช. สั่งจับตาการเปลี่ยนผ่านสภาพอากาศไทย เตรียมรับมือสภาวะ "เอลนีโญ" เริ่มต้นเดือนพฤษภาคม นี้ ลากยาวถึงปีหน้า พร้อมกางแผนบริหารจัดการน้ำรัดกุม ยันน้ำใน 4 เขื่อนหลักลุ่มเจ้าพระยายังประคองตัวได้ มั่นใจมีน้ำใช้เพียงพอตลอดฤดูแล้ง และรับมือฝนทิ้งช่วงได้แน่นอน
สแกนสถานการณ์น้ำล่าสุด : 70% ของความจุทั่วประเทศ
นายไพฑูรย์ เก่งการช่าง รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยข้อมูล สถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ (ณ วันที่ 16 มี.ค.69) พบว่าแหล่งน้ำทั่วประเทศมีปริมาณน้ำรวม 56,708 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 70% ของความจุเก็บกัก โดยแบ่งเป็นน้ำใช้การได้จริง 32,609 ล้านลูกบาศก์เมตร (58%)
แม้ภาพรวมจะดูน่าไว้วางใจ แต่พื้นที่ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยังคงต้องเฝ้าระวัง เนื่องจากมีปริมาณน้ำต่ำกว่า 60% ของความจุ ทำให้ สทนช. ต้องเร่งปรับแผนระบายน้ำให้สอดคล้องกับสภาพอากาศที่กำลังจะเปลี่ยนแปลง
เปิดแผนรับมือ "เอลนีโญ" และวิกฤติฝนทิ้งช่วง
จากการคาดการณ์สภาพอากาศ ปัจจุบันไทยยังอยู่ในสภาวะลานีญา แต่กำลังจะเข้าสู่ สภาวะเอลนีโญในช่วงต้นเดือนพ.ค.69 และอาจต่อเนื่องไปจนถึงเดือนก.ค.70 ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อปริมาณฝน และการสะสมน้ำในเขื่อน
ยุทธศาสตร์ 3 ปี (2569-2571) ของ สทนช.:
Dynamic Operation Curve: ปรับเกณฑ์การบริหารจัดการอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ให้ยืดหยุ่นตามสภาพอากาศจริง
- เฝ้าระวังพื้นที่ EEC : แม้อ่างเก็บน้ำคลองสียัดจะมีน้ำเพียง 9% แต่ได้สั่งลดการระบายน้ำแล้ว ยันไม่กระทบภาคอุตสาหกรรมแน่นอน
- 4 เขื่อนหลักลุ่มเจ้าพระยา : (ภูมิพล, สิริกิติ์, แควน้อย, ป่าสัก) มีน้ำรวม 17,957 ล้านลูกบาศก์เมตร (72%) ยืนยันน้ำอุปโภคบริโภค และเกษตรกรรมมีเพียงพอจนสิ้นฤดูแล้ง
สยบข่าวลือ "ลำตะคอง" วิกฤติน้ำแล้ง
กรณีมีกระแสข่าวว่าอ่างเก็บน้ำลำตะคอง จ.นครราชสีมา ประสบปัญหาภัยแล้งหนักจนเกษตรกรต้องงดทำนาปรัง นายไพฑูรย์ชี้แจงว่า "ไม่เป็นความจริง" โดยปัจจุบันลำตะคองมีน้ำอยู่ 128 ล้านลูกบาศก์เมตร (41%) ซึ่ง มากกว่าปีที่ผ่านมา และการใช้น้ำจริงยังต่ำกว่าแผนที่วางไว้ ขอให้ประชาชนมั่นใจ และติดตามข้อมูลจากทางราชการเป็นหลัก
"เราจะประมาทไม่ได้แม้ตัวเลขน้ำจะดูดี สทนช. ได้กำชับกรมชลประทาน และ กฟผ. ให้ควบคุมการระบายน้ำอย่างเคร่งครัด เพื่อสำรองน้ำไว้ใช้หากเกิดภาวะฝนทิ้งช่วงในช่วงฤดูฝนปี 69 นี้"
บทสรุป และแนวทางปฏิบัติสำหรับประชาชน
แม้ สทนช. จะยืนยันว่าน้ำมีเพียงพอ แต่ความผันผวนของ เอลนีโญ คือ ปัจจัยเสี่ยงสำคัญ ดังนั้นเกษตรกร และภาคอุตสาหกรรมควร:
- ติดตามการพยากรณ์อากาศ และประกาศจาก สทนช. อย่างใกล้ชิด
- วางแผนการเพาะปลูกให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำในพื้นที่
- ใช้น้ำอย่างรู้คุณค่าเพื่อสำรองไว้ใช้ในกรณีเกิดสภาวะฝนทิ้งช่วงยาวนาน
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





