ภัยที่ต้องอัปเดตเตือนภัยอย่างต่อเนื่อง ลงทุนเทรดหุ้นหลอกโอนเงินเสียหายหลายแสน บุกจับที่อยุธยาเอี่ยวแก๊งมิจฉาชีพ
กรณีภัยที่ต้องอัปเดตเตือนภัยอย่างต่อเนื่อง ลงทุนเทรดหุ้น หลอกโอนเงิน เสียหายหลายแสน บุกจับที่อยุธยาเอี่ยวแก๊งมิจฉาชีพ
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ได้ร่วมกันจับกุม นาย พ อายุ 45 ปี ตามหมายจับของศาลจังหวัดนครปฐม ที่ 270/2569 ลงวันที่ 11 มีนาคม 2568 ในความผิดฐาน
- เป็นผู้สนับสนุนการฉ้อโกงประชาชน
- สนับสนุนการนำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์
- เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากหรือเบอร์โทรศัพท์ของตนเพื่อกระทำความผิด (บัญชีม้า/ซิมม้า)
สามารถจับกุมได้ที่บริเวณริมถนนสาธารณะหน้าบริษัทแห่งหนึ่งใน ต.คานหาม อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา
พฤติการณ์คือ ผู้ต้องหารายนี้ซึ่งทำงานเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ได้รับจ้างเปิดบัญชีธนาคารหรือที่เรียกกันว่า "บัญชีม้า" ให้กับเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เพื่อใช้เป็นช่องทางในการรับเงินที่ได้มาจากการกระทำความผิด
โดยมิจฉาชีพกลุ่มนี้ได้สร้างเพจ Facebook ปลอมขึ้นมา แอบอ้างใช้ชื่อร้านอาหารเพื่อสุขภาพชื่อดังอย่าง "โอ้กะจู๋" เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ และโพสต์โฆษณาชักชวนให้ประชาชนทั่วไปร่วมลงทุนเทรดหุ้นที่ไม่มีอยู่จริง เมื่อมีผู้เสียหายหลงเชื่อและติดต่อเข้าไปผ่านทางแอปพลิเคชัน LINE มิจฉาชีพจะใช้จิตวิทยาในการพูดคุยหว่านล้อม อ้างว่าจะได้รับผลตอบแทนที่สูงในระยะเวลาอันสั้น
ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อและเริ่มโอนเงินเพื่อลงทุน ในช่วงแรกของการลงทุน มิจฉาชีพจะสร้างความเชื่อใจโดยการโอนเงินปันผลจำนวนเล็กน้อยกลับคืนมาให้ ทำให้เหยื่อตายใจและกล้าที่จะลงทุนด้วยเงินจำนวนที่สูงขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งเมื่อผู้เสียหายต้องการจะถอนเงินทุนทั้งหมดคืน คนร้ายก็จะเริ่มบ่ายเบี่ยงและยกข้ออ้างต่างๆ นานา เช่น ระบบมีปัญหา, ต้องเทรดหุ้นให้ครบตามเงื่อนไข หรือต้องโอนเงินเป็นค่าธรรมเนียมและค่าภาษีก่อนจึงจะสามารถถอนเงินได้
ซึ่งทั้งหมดเป็นเพียงอุบายเพื่อหลอกลวงให้ผู้เสียหายโอนเงินเพิ่ม สุดท้ายผู้เสียหายก็ไม่สามารถถอนเงินคืนได้และติดต่อมิจฉาชีพไม่ได้อีกเลย ทำให้ได้รับความเสียหายเป็นมูลค่ารวมประมาณ 774,558 บาท ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนจากเส้นทางการเงิน จนทราบว่านาย พ เป็นเจ้าของบัญชีม้าที่ใช้ในการกระทำความผิด จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับ
และติดตามจนสามารถจับกุมตัวได้ในที่สุดขณะอยู่ที่ทำงานใน จ.พระนครศรีอยุธยา ก่อนนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 2 เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา
การปฏิบัติภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปฏิบัติการพิเศษ, พ.ต.อ.เจษฎา โสมนัส ผกก.กก.ต่อต้านการก่อการร้าย บก.ปพ., พ.ต.อ.ปกรณ์กิตติ์ ธนวรินทร์กุล ผกก.3 บก.สอท.2 สั่งการให้ ว่าที่ พ.ต.ต.ปิยพัชร เหล่าสมบัติ สว.กก.5 บก.ปพ. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.ต่อต้านการก่อการร้าย บก.ปพ. ดำเนินการ





