สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) เดินหน้าขับเคลื่อนการลงทุนด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของประเทศอย่างมีทิศทางและโปร่งใส
จัดการประชุมคณะกรรมการพิจารณากลั่นกรองโครงการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569
โดยมี ศาสตราจารย์บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายสาขา ร่วมพิจารณากรอบแนวทางการกลั่นกรองข้อเสนอแผนงาน
เพื่อให้การลงทุนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศเกิดความคุ้มค่า โปร่งใส และสามารถสร้างผลลัพธ์ต่อการพัฒนาประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม
การประชุมครั้งนี้ถือเป็นกลไกสำคัญในการกำหนดทิศทางการลงทุนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศในปีงบประมาณ 2570
โดย สกสว. ให้ความสำคัญกับแนวทาง Outcome-based Budgeting หรือการจัดสรรงบประมาณที่มุ่งเน้นผลลัพธ์ของประเทศ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว
สำหรับกรอบการลงทุนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 จะมุ่งเน้น 3 ด้านสำคัญ ได้แก่
1.การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศ (Science and Technology Infrastructure)
2.การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางคุณภาพของประเทศ (National Quality Infrastructure)
3.พัฒนาต่อยอดและรับถ่ายทอดเทคโนโลยีจากต่างประเทศสู่การใช้ประโยชน์ในประเทศ (Technology Localization)
ขณะเดียวกัน สกสว. ยังให้ความสำคัญกับการทำงานในรูปแบบ Consortium เพื่อบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา ภาคเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เชื่อมโยงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และทรัพยากรที่มีอยู่ร่วมกัน
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของระบบวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศ ลดช่องว่างด้านการพัฒนาเทคโนโลยี และเสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบนวัตกรรมของประเทศในระยะยาว
ในด้านทิศทางการลงทุน ที่ประชุมได้หารือการกำหนด ประเด็นมุ่งเน้นสำคัญ (Key Focus Areas) โดยเน้นสาขาที่ประเทศไทยมีศักยภาพและสามารถต่อยอดสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ของประเทศ หรือ New S-Curve เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในอนาคต
หนึ่งในสาขาที่ได้รับความสำคัญ ได้แก่ ด้านการแพทย์และสุขภาพ ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยการพัฒนาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์จะช่วยเสริมศักยภาพระบบสาธารณสุขของประเทศ รองรับการพัฒนาเทคโนโลยีการรักษาสมัยใหม่ และสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมสุขภาพที่มีมูลค่าสูง
ขณะเดียวกัน ด้านการเกษตรและอาหาร ซึ่งเป็นฐานเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ ก็เป็นอีกสาขาที่ได้รับความสำคัญ โดยการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้จะช่วยเพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตร ยกระดับมาตรฐานการผลิต และเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารของประเทศ
ทั้งนี้ การกำหนดทิศทางการลงทุนยังคำนึงถึงแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงสำคัญของโลก หรือ Mega Trends ทั้งด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม และโครงสร้างประชากร
เพื่อให้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศสามารถรองรับความท้าทายในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ที่ประชุมได้เห็นชอบในหลักการสำคัญ 3 ประการ ได้แก่
(1) การจัดสรรงบประมาณที่มุ่งเน้นผลลัพธ์ของประเทศ
(2) การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและศักยภาพด้านเทคโนโลยีเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน และ
(3) การกำหนดประเด็นมุ่งเน้นสำคัญเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศ
ผลจากการประชุมครั้งนี้จะเป็นกลไกสำคัญในการกำหนดทิศทางการสนับสนุนโครงการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศ ในปีงบประมาณ 2570
เพื่อให้การลงทุนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสามารถสร้างประโยชน์สูงสุดต่อเศรษฐกิจ สังคม และยกระดับศักยภาพการแข่งขันของประเทศไทยบนเวทีโลกอย่างยั่งยืน





