วันอาทิตย์ ที่ 15 มีนาคม 2569

Login
Login

น่าห่วง! ฮีทสโตรก ปี 68 ดับแล้ว 21 ราย เฝ้าระวังชาย-วัยทำงานด่วน

น่าห่วง! ฮีทสโตรก ปี 68 ดับแล้ว 21 ราย เฝ้าระวังชาย-วัยทำงานด่วน

เตือนภัยหน้าร้อน เปิดสถิติ "ฮีทสโตรก" ปี 2568! ดับแล้ว 21 ราย พบเมษายนอันตรายที่สุด กลุ่มเสี่ยง-คนทำงานกลางแจ้งต้องระวัง พร้อมแนะ 6 วิธีป้องกันโรคลมร้อนฉบับเข้าใจง่าย

รองโฆษกรัฐบาลเปิดเผยสถิติจากกรมควบคุมโรค พบผู้ป่วยจากความร้อนสะสมกว่า 180 ราย เสียชีวิตแล้ว 21 ราย ชี้ "เพศชาย-วัยทำงาน" เสี่ยงสุด พร้อมแนะ 6 วิธีป้องกันฮีทสโตรกและอาการเพลียแดดในช่วงอากาศร้อนจัด

นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมาเปิดเผยข้อมูลที่น่ากังวลจากระบบเฝ้าระวังโรคดิจิทัล (DDS) กรมควบคุมโรค เกี่ยวกับสถานการณ์สุขภาพของประชาชนในช่วงฤดูร้อนปี พ.ศ. 2568 ซึ่งพบว่าสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วส่งผลกระทบต่อร่างกายอย่างรุนแรง

เจาะสถิติผู้ป่วย "โรคจากความร้อน" ปี 2568

จากรายงานพบผู้ป่วยที่เกี่ยวข้องกับความร้อนรวมทั้งหมด 182 ราย โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้:

  • กลุ่มอายุที่พบมากที่สุด : วัยทำงาน (15–34 ปี) จำนวน 78 ราย (42.8%) และผู้สูงอายุ (60 ปีขึ้นไป) จำนวน 29 ราย (15.9%)
  • กลุ่มอาชีพเสี่ยง : ส่วนใหญ่เป็นผู้ทำงานกลางแจ้ง เช่น ทหาร และคนงานรับจ้างทั่วไป (53.3%)

อาการที่พบมากที่สุด

  1. ภาวะเพลียแดด (Heat Exhaustion): 62 ราย (34.07%)
  2. เป็นลมจากความร้อน (Heat Syncope): 43 ราย (23.63%)
  3. ตะคริวจากความร้อน (Heat Cramp): 26 ราย (14.29%)
  4. โรคลมร้อน (Heat Stroke): 17 ราย (9.34%) ซึ่งเป็นภาวะที่รุนแรงที่สุด

เฝ้าระวังผู้เสียชีวิต : ภาคอีสานครองแชมป์-เมษายนเดือนอันตราย

ในส่วนของการเสียชีวิต พบรายงานผู้เสียชีวิตสะสมแล้ว 21 ราย (ชาย 18 ราย, หญิง 3 ราย) อายุเฉลี่ยอยู่ที่ 51 ปี โดยจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุดคือ อุดรธานี (5 ราย) ตามด้วยนครราชสีมา และจังหวัดอื่นๆ รวม 16 จังหวัด

ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่ (67%) เสียชีวิตในพื้นที่กลางแจ้ง และกว่า 57% เกิดขึ้นใน "เดือนเมษายน" ซึ่งเป็นช่วงที่มีอุณหภูมิสูงที่สุดของปี นอกจากนี้ "การดื่มสุรา" และ "โรคประจำตัว" (ความดันโลหิตสูง, เบาหวาน) ยังเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักที่ทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิต

6 วิธีป้องกันฮีทสโตรก (Heat Stroke) และวิธีดูแลตัวเองในหน้าร้อน

รัฐบาลเน้นย้ำให้ประชาชนปฏิบัติตามคำแนะนำเพื่อลดความเสี่ยง ดังนี้:

  1. เลี่ยงแดดจัด : งดกิจกรรมกลางแจ้งช่วงเวลา 11.00 – 15.00 น.
  2. พักในที่ร่ม : ผู้ที่ต้องทำงานกลางแจ้งควรพักผ่อนในที่ร่มเป็นระยะเพื่อระบายความร้อน
  3. งดเครื่องดื่มอันตราย : หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์, คาเฟอีน (กาแฟ/น้ำอัดลม) และเครื่องดื่มน้ำตาลสูง
  4. ดื่มน้ำสะอาด : ดื่มน้ำอย่างน้อย 1 แก้ว (250 cc) ทุกชั่วโมง หรือให้ได้ 1,500 cc ต่อวัน หากเหงื่อออกมากให้ดื่มเครื่องดื่มเกลือแร่แทน
  5. เลือกเสื้อผ้าเหมาะสม : สวมเสื้อผ้าสีอ่อน ระบายอากาศได้ดี ไม่รัดแน่น เลี่ยงสีดำที่สะสมความร้อน
  6. อย่าทิ้งใครไว้ในรถ : ห้ามทิ้งเด็กเล็กหรือสัตว์เลี้ยงไว้ในรถที่จอดตากแดดเด็ดขาด เพราะอุณหภูมิจะพุ่งสูงถึงจุดอันตรายได้ภายใน 10-20 นาที

ใครบ้างที่เป็น "กลุ่มเสี่ยง" ต้องดูแลใกล้ชิด?

  • ผู้สูงอายุ และ เด็กเล็ก
  • หญิงตั้งครรภ์
  • ผู้ทำงานกลางแจ้ง และ นักกีฬา
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัว (โรคหัวใจ, หลอดเลือด, โรคอ้วน)

หากพบเห็นผู้ที่มีอาการผิดปกติหรือสงสัยว่าเป็นฮีทสโตรก ควรรีบนำส่งโรงพยาบาลหรือพบแพทย์ทันที เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต