กรมการค้าภายใน ผนึกรัฐ-เอกชน เดินหน้ากระจาย 'ท่อนพันธุ์มันสำปะหลัง' คุณภาพดี 5 ล้านลำ ลดความเสี่ยง 'โรคใบด่าง' ช่วยเกษตรกรลดต้นทุน
นางสาวญาณี ศรีมณี รองอธิบดีกรมการค้าภายใน นำคณะลงพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2569 เดินหน้าโครงการสนับสนุนท่อนพันธุ์มันสำปะหลังคุณภาพดีให้เพียงพอกับความต้องการของตลาด ปี 2568/69 ณ สถาบันพัฒนามันสำปะหลังแห่งประเทศไทย อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ผนึกกำลัง บูรณาการความร่วมมือภาครัฐ-เอกชน ได้แก่ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมวิชาการเกษตร มูลนิธิสถาบันพัฒนามันสำปะหลังแห่งประเทศไทย และมูลนิธิกองทุนมันสำปะหลัง เพื่อกระจายพันธุ์มันฯ ต้านทานถึงมือเกษตรกร เพื่อแก้ไขปัญหาโรคใบด่างมันสำปะหลัง หวังช่วยลดต้นทุนการผลิต ยกระดับประสิทธิภาพการผลิตของเกษตรกรอย่างเป็นรูปธรรม และสร้างความเสถียรภาพให้กับอุตสาหกรรมในระยะยาว
รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมการค้าภายใน (DIT) ได้เร่งการกระจายท่อนพันธุ์มันสำปะหลังคุณภาพดีรวม 5 ล้านลำ แบ่งเป็น พันธุ์ต้านทานโรคใบด่าง 4 ล้านลำ และพันธุ์ทนทาน 1 ล้านลำ ซึ่งเป็นท่อนพันธุ์ที่ผ่านการคัดเลือกและควบคุมคุณภาพ เพื่อให้เกษตรกรเริ่มต้นการเพาะปลูกด้วยพันธุ์ที่ปลอดโรค ลดความเสี่ยงจากการระบาดของโรคไวรัสใบด่าง (CMD) อันเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผลผลิตต่อไร่ลดลงในหลายพื้นที่
โดยการลงพื้นที่ครั้งนี้ ได้ร่วมกับสถาบันพัฒนามันสำปะหลังฯ ส่งมอบท่อนพันธุ์รอบแรกจำนวนกว่า 993,000 ลำ ให้แก่มูลนิธิกองทุนมันสำปะหลัง เพื่อนำไปส่งต่อให้พี่น้องเกษตรกรสามารถนำไปปลูกขยายพันธุ์ได้ทันฤดูกาล โดยจะมีการติดตามและประสานการกระจายท่อนพันธุ์เพิ่มอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงท่อนพันธุ์ที่มีคุณภาพได้อย่างทั่วถึงและรวดเร็ว
รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวต่อว่า การช่วยเหลือเกษตรกร กรมฯ ได้วางระบบการกระจายพันธุ์ผ่านหน่วยงานภายใต้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เครือข่ายโรงแป้งมันสำปะหลังและผู้ผลิตมันเส้น ซึ่งการใช้ท่อนพันธุ์คุณภาพไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มเปอร์เซ็นต์แป้งให้สูงขึ้นตามความต้องการของตลาด แต่ยังช่วยให้เกษตรกรขายผลผลิตได้ในราคาที่เหมาะสม โดยปัจจุบันราคามันสำปะหลัง (เชื้อแป้ง 25%) อยู่ที่เฉลี่ย 2.65 บาทต่อกิโลกรัม เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 29 จากความต้องการใช้มันสำปะหลังในตลาดที่ยังมีอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ กรมการค้าภายในยังมีมาตรการคู่ขนานเพื่อลดภาระด้านต้นทุนให้แก่เกษตรกร โดยเตรียมจัดจำหน่าย 'ปุ๋ยธงเขียว' ในราคายุติธรรมเพื่อลดต้นทุนหลักในการเพาะปลูก ทั้งนี้ มันสำปะหลังถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญต่ออุตสาหกรรมพลังงานทดแทน (เอทานอล) โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์ความตึงเครียดในต่างประเทศที่ส่งผลต่อราคาน้ำมันดิบ การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตจึงเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างความมั่นคงด้านรายได้ให้เกษตรกรไทยในระยะยาว
'โครงการนี้ไม่ใช่เพียงแค่การแจกจ่ายท่อนพันธุ์ แต่คือการสร้างโอกาสให้เกษตรกรรายย่อยเข้าถึงทรัพยากรที่ดีที่สุด เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยในตลาดโลก พร้อมการติดตามผลอย่างใกล้ชิดจากเครือข่ายรัฐ-เอกชนเพื่อให้คำแนะนำในการดูแลแปลงปลูกอย่างเป็นระบบ เรามุ่งหวังให้พี่น้องเกษตรกรมีรอยยิ้ม ด้วยการเริ่มต้นจากปัจจัยการผลิตที่แข็งแรง ลดความเสี่ยง และเพิ่มรายได้ เพื่อให้อุตสาหกรรมมันสำปะหลังไทยเติบโตไปพร้อมกับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของทุกคน' รองอธิบดีฯ กล่าวทิ้งท้าย





