บุกจับ กัปตันคาเรือใบหรู ลอบจัดทัวร์เถื่อน 10 วัน 10 คืน ภูเก็ตกลางทะเลอันดามัน พบขายแพ็กเกจนักท่องเที่ยวเกลื่อน ราคาหลักแสนต่อคน
กรณีตำรวจน้ำภูเก็ต ร่วมกับตำรวจท่องเที่ยวภูเก็ต และกรมการท่องเที่ยว รวบกัปตันเยอรมันคาเรือใบหรู ลอบจัดทัวร์เถื่อน 10 วัน 10คืน กลางทะเลอันดามัน พบขายแพ็กเกจนักท่องเที่ยวเกลื่อนโซเชียล ราคาหลักแสนต่อคน
สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 เวลา 17.00 น. ตำรวจสอบสวนกลาง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส.รน.3 กก.8 บก.รน. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวภูเก็ต และเจ้าหน้าที่กรมการท่องเที่ยว
เข้าตรวจสอบและจับกุมขบวนการลักลอบประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับอนุญาต หลังจากเจ้าหน้าที่ได้เฝ้าติดตามพฤติการณ์และรวบรวมพยานหลักฐานมาเป็นระยะเวลากว่า 5 เดือน
สืบเนื่องจากการสืบสวนพบว่า มีกลุ่มชาวต่างชาติ เป็นชาวเยอรมัน ลักลอบจัดแพ็กเกจท่องเที่ยวทางทะเลในพื้นที่ทะเลอันดามัน โดยใช้รูปแบบการเปิดบริษัทให้เช่าเรือบังหน้าแต่ในความเป็นจริงได้ลักลอบจำหน่ายแพ็กเกจนำเที่ยวผ่านทางเว็บไซต์ให้กับนักท่องเที่ยวชาวเยอรมัน โดยเรียกเก็บค่าบริการในราคาสูงเป็นหลักแสนบาทต่อคน
ต่อมา เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณน่านน้ำจังหวัดภูเก็ต และพบเรือใบหรูต้องสงสัยลำหนึ่ง จึงเข้าทำการตรวจสอบ พบชายสัญชาติเยอรมันทำหน้าที่เป็นกัปตันเรือ
จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่า เรือลำดังกล่าวอยู่ภายใต้บริษัทที่เปิดดำเนินการในลักษณะให้เช่าเรือแต่มีการนำเรือไปใช้ลักลอบจัดแพ็กเกจท่องเที่ยวให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ ภายในเรือพบนักท่องเที่ยวชาวเยอรมันจำนวน 6 คน
จากการสอบถามนักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าว ให้การว่า ได้จองโปรแกรมนำเที่ยวผ่านทางเว็บไซต์ และได้ชำระเงินค่าบริการทั้งหมดล่วงหน้าผ่านบริษัทดังกล่าว
โดยเป็นแพ็กเกจล่องเรือท่องเที่ยวในทะเลอันดามันต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 11 วัน ทั้งนี้ จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่า ผู้จัดทริปและบริษัทที่เกี่ยวข้องไม่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวแต่อย่างใด
จึงถือเป็นการลักลอบประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับอนุญาต เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวผู้เกี่ยวข้องพร้อมรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.
พฤติการณ์ดังกล่าวถือเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายอย่างชัดเจน เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหา “ประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับอนุญาต” ซึ่งมีความผิดตามพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551 และ “ไม่นำใบอนุญาตใช้เรือมากับเรือ อันเป็นความผิดตามมาตรา 150 แห่งพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. 2535”
จากการสืบสวนขยายผลยังพบว่า ในพื้นที่มีการดำเนินธุรกิจในลักษณะดังกล่าวอีกหลายราย โดยใช้รูปแบบเปิดบริษัทให้เช่าเรือหรือใช้บุคคลอื่นถือหุ้นแทนในลักษณะ “นอมินี” เพื่อบังหน้า ก่อนลักลอบจำหน่ายแพ็กเกจนำเที่ยวให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติผ่านเว็บไซต์
ซึ่งการกระทำดังกล่าวส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการเรือท่องเที่ยวของไทยที่ประกอบกิจการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลและพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อดำเนินการตรวจสอบและจับกุมผู้ประกอบการที่มีพฤติการณ์ในลักษณะเดียวกัน
พร้อมทั้งยืนยันว่าจะดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อคุ้มครองผู้ประกอบการไทยที่ดำเนินธุรกิจอย่างสุจริตและเป็นธรรมในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทางทะเล
ข้อมูลและภาพ ปชส.ภูเก็ต





