'ปุ๋ยยูเรีย' ไม่ขาดแคลน สำรอง 8.5 ล้านกระสอบ ใช้ได้ถึง ส.ค. 69 กรมการค้าภายใน เตือน 'ฉวยโอกาสขึ้นราคา' มีโทษคุก 7 ปี ปรับ 1.4 แสนบาท
จากปัญหาความขัดแย้งในตะวันออกกลาง จนทำให้อิหร่านสั่งปิดช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งสำคัญ ส่งผลกระทบต่อพลังงานโลกและน้ำมัน นอกจากนี้ตะวันออกกลางยังถือเป็นแหล่งผลิตและส่งออกสำคัญของ ปุ๋ยเคมี หรือ 'ปุ๋ยยูเรีย' ซึ่งปัจจุบันราคาปุ๋ยในตลาดโลกได้ถีบตัวสูงขึ้นเช่นกัน ในส่วนของประเทศไทยได้นำเข้าปุ๋ยเคมีจำนวนมากจากตะวันออกกลาง ส่งผลให้เกิดความกังวลว่า ราคาปุ๋ยของไทยจะสูงขึ้นตามด้วย จากภาวะที่เสี่ยงต่อการขาดแคลนยูเรีย
ล่าสุดทาง กระทรวงพาณิชย์ โดย นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน ได้ออกมาสร้างความมั่นใจและสยบข่าวลือเกี่ยวกับปัญหาขาดแคลนปุ๋ยยูเรีย พร้อมเผยถึงสถานการณ์ปุ๋ยเคมีของไทย และสั่งคุมและตรวจเข้มร้านค้าทั่วประเทศ ห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคา ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนกและไม่จำเป็นต้องเร่งซื้อหรือกักตุนปุ๋ยเคมีไว้ในปริมาณมาก
กรมการค้าภายใน ยืนยันสต็อกปุ๋ยเคมี ใช้ได้ถึงส.ค.69 คุมเข้มห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคา
เมื่อวันที่ 5 มี.ค. 69 นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง กรมการค้าภายในได้ติดตามสถานการณ์ปุ๋ยเคมีอย่างใกล้ชิด เนื่องจากไทยต้องนำเข้าปุ๋ยเคมีจากต่างประเทศเป็นหลัก จึงได้ประสานกับสมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจการเกษตรไทยเพื่อติดตามสถานการณ์การค้าปุ๋ยเคมีในไทย ซึ่งได้รับการยืนยันว่า ปริมาณปุ๋ยเคมีไทยขณะนี้มีเพียงพอสำหรับการใช้ในประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับสต๊อกสินค้าปุ๋ยเคมี ซึ่งผู้ผลิต ผู้นำเข้าปุ๋ยเคมี รายงานมายังกรมการค้าภายใน ตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) เนื่องจากปุ๋ยเคมีเป็นสินค้าควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ
นอกจากนี้ ไทยยังได้มีช่องทางการนำเข้าปุ๋ยเคมีจากแหล่งอื่นเพิ่มเติม เช่น มาเลเซีย และบรูไน ซึ่งสามารถนำเข้าได้ปกติ และขณะนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อภาคการผลิตสินค้าเกษตรของไทย เนื่องจากเป็นช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตสินค้าเกษตรสำคัญหลายรายการ เช่น ข้าวนาปรัง ผลไม้ เป็นต้น ในส่วนของข้าวนาปีขณะนี้ยังไม่เข้าสู่ฤดูกาลเพาะปลูก
เปิดตัวเลขสต็อก 'ปุ๋ยยูเรีย' ของไทย
จากการประสานงานร่วมกับสมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจการเกษตรไทย กรมการค้าภายใน ระบุว่า ปริมาณปุ๋ยสำรองในประเทศยังมีเพียงพอต่อความต้องการ โดยภาพรวมสต็อกปุ๋ยทุกชนิด ณ เดือนมกราคม 2569 มีสต็อกคงเหลือรวม 1.52 ล้านตัน (ขณะที่ความต้องการใช้เฉลี่ยอยู่ที่ 0.8 ล้านตันต่อเดือน)
ขณะที่ ปุ๋ยยูเรีย (คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 36% ของการใช้ปุ๋ยทั้งหมด) ปัจจุบันมีสต็อกอยู่ในมือแล้ว 0.32 ล้านตัน (6.5 ล้านกระสอบ) และอยู่ระหว่างการนำเข้าจากซาอุดีอาระเบียอีก 0.1 ล้านตัน (2 ล้านกระสอบ)
ทั้งนี้ไทยจะมีปุ๋ยยูเรียหมุนเวียนในระบบรวม 8.5 ล้านกระสอบ ซึ่งเพียงพอสำหรับการใช้งานยาวไปจนถึงเดือนสิงหาคม 2569
มาตรการคุมราคาปุ๋ย
กรมการค้าภายใน ย้ำชัดว่า 'สต็อกเก่าต้องขายราคาเดิม' ปุ๋ยสูตรต่างๆ ที่วางขายอยู่ในตลาดปัจจุบันคือสต็อกเดิมที่นำเข้าด้วยต้นทุนเดิม ดังนั้นผู้ประกอบการไม่มีเหตุผลที่จะปรับขึ้นราคาตามสถานการณ์โลกในทันที ทั้งนี้ หากสถานการณ์ยืดเยื้อ กรมฯ จะติดตามโครงสร้างราคาอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ปรับเปลี่ยนตามต้นทุนจริงที่เกิดขึ้น โดยจะยึดถือประโยชน์และความเดือดร้อนของเกษตรกรเป็นสำคัญที่สุด
พร้อมย้ำเตือนว่า หากพบการฝ่าฝืน 'ฉวยโอกาสขึ้นราคา' เจอโทษหนัก โดยกรมการค้าภายในได้สั่งการให้พาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ ลงพื้นที่ตรวจสอบหน้าลานจำหน่ายอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการกักตุนหรือฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาโดยไม่มีเหตุอันควร หากพบการกระทำความผิดจะดำเนินการตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 ทันที ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
สำหรับช่องทางการร้องเรียน เกษตรกรที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมสามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ สายด่วน 1569 หรือ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ





