วันพุธ ที่ 11 มีนาคม 2569

Login
Login

ลำพูน สั่งปิดป่า เข้มห้ามเข้า ถึง 31 พ.ค. 69 ฝ่าฝืนคุกสูงสุด 10 ปี

ลำพูน สั่งปิดป่า เข้มห้ามเข้า ถึง 31 พ.ค. 69 ฝ่าฝืนคุกสูงสุด 10 ปี

ลำพูน ประกาศปิดป่าสงวนฯ ห้ามเข้า 10 มี.ค.-31 พ.ค. 69 สกัดไฟป่าและฝุ่น PM2.5 งดเผาที่โล่งและพื้นที่เกษตรเด็ดขาด ฝ่าฝืนโทษคุกสูงสุด 10 ปี ปรับ 2 แสนบาท

วันนี้ (11 มี.ค. 69) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จังหวัดลำพูนได้ออกประกาศห้ามบุคคลใดเข้าไปกระทำการใด ๆ ในเขตป่าสงวนแห่งชาติในพื้นที่จังหวัดลำพูน รวมถึงห้ามเผาป่า เก็บหาของป่า หรือเผาวัชพืชในพื้นที่เกษตรกรรมในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ระหว่างวันที่ 10 มีนาคม – 31 พฤษภาคม 2569 เพื่อป้องกันและควบคุมสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น

รองโฆษกฯ กล่าวว่า ปัจจุบันพื้นที่จังหวัดลำพูนประสบปัญหาไฟป่าและหมอกควันจากการเผาเศษวัสดุทางการเกษตรและการลุกลามของไฟเข้าสู่พื้นที่ป่า ส่งผลให้ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 สูงเกินมาตรฐาน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนและทรัพยากรป่าไม้ในวงกว้าง
 

ทั้งนี้ จังหวัดลำพูนจึงใช้อำนาจตาม พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 25 ออกมาตรการควบคุมอย่างเข้มงวด โดยห้ามบุคคลเข้าไปในเขตป่าสงวนแห่งชาติในพื้นที่จังหวัดลำพูนโดยเด็ดขาดตลอดช่วงเวลาที่กำหนด

อย่างไรก็ตาม หากประชาชนมีความจำเป็นต้องเข้าไปในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ เพื่อดำเนินกิจการที่ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพยากรป่าไม้หรือก่อให้เกิดไฟป่าและหมอกควัน ต้องแจ้งและลงทะเบียนต่อกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือหน่วยงานป่าไม้ในพื้นที่ พร้อมระบุเหตุผล ความจำเป็น และช่วงเวลาเข้า–ออกจากพื้นที่ และจะสามารถเข้าพื้นที่ได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากเจ้าหน้าที่เท่านั้น
 

รองโฆษกฯ ระบุเพิ่มเติมว่า หากพบการกระทำผิด เช่น การเข้าไปในป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือมีอุปกรณ์และพฤติกรรมที่อาจก่อให้เกิดไฟป่า ผู้ฝ่าฝืนมีความผิดตามกฎหมาย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000 ถึง 200,000 บาท

“รัฐบาลขอความร่วมมือประชาชนงดการเผาในที่โล่งและปฏิบัติตามมาตรการของจังหวัดอย่างเคร่งครัด เพื่อร่วมกันป้องกันปัญหาไฟป่า หมอกควัน และลดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในช่วงฤดูแล้ง” นางสาวลลิดา กล่าว