ลำพูน ประกาศปิดป่าสงวนฯ ห้ามเข้า 10 มี.ค.-31 พ.ค. 69 สกัดไฟป่าและฝุ่น PM2.5 งดเผาที่โล่งและพื้นที่เกษตรเด็ดขาด ฝ่าฝืนโทษคุกสูงสุด 10 ปี ปรับ 2 แสนบาท
วันนี้ (11 มี.ค. 69) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จังหวัดลำพูนได้ออกประกาศห้ามบุคคลใดเข้าไปกระทำการใด ๆ ในเขตป่าสงวนแห่งชาติในพื้นที่จังหวัดลำพูน รวมถึงห้ามเผาป่า เก็บหาของป่า หรือเผาวัชพืชในพื้นที่เกษตรกรรมในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ระหว่างวันที่ 10 มีนาคม – 31 พฤษภาคม 2569 เพื่อป้องกันและควบคุมสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น
รองโฆษกฯ กล่าวว่า ปัจจุบันพื้นที่จังหวัดลำพูนประสบปัญหาไฟป่าและหมอกควันจากการเผาเศษวัสดุทางการเกษตรและการลุกลามของไฟเข้าสู่พื้นที่ป่า ส่งผลให้ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 สูงเกินมาตรฐาน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนและทรัพยากรป่าไม้ในวงกว้าง
ทั้งนี้ จังหวัดลำพูนจึงใช้อำนาจตาม พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 25 ออกมาตรการควบคุมอย่างเข้มงวด โดยห้ามบุคคลเข้าไปในเขตป่าสงวนแห่งชาติในพื้นที่จังหวัดลำพูนโดยเด็ดขาดตลอดช่วงเวลาที่กำหนด
อย่างไรก็ตาม หากประชาชนมีความจำเป็นต้องเข้าไปในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ เพื่อดำเนินกิจการที่ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพยากรป่าไม้หรือก่อให้เกิดไฟป่าและหมอกควัน ต้องแจ้งและลงทะเบียนต่อกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือหน่วยงานป่าไม้ในพื้นที่ พร้อมระบุเหตุผล ความจำเป็น และช่วงเวลาเข้า–ออกจากพื้นที่ และจะสามารถเข้าพื้นที่ได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากเจ้าหน้าที่เท่านั้น
รองโฆษกฯ ระบุเพิ่มเติมว่า หากพบการกระทำผิด เช่น การเข้าไปในป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือมีอุปกรณ์และพฤติกรรมที่อาจก่อให้เกิดไฟป่า ผู้ฝ่าฝืนมีความผิดตามกฎหมาย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000 ถึง 200,000 บาท
“รัฐบาลขอความร่วมมือประชาชนงดการเผาในที่โล่งและปฏิบัติตามมาตรการของจังหวัดอย่างเคร่งครัด เพื่อร่วมกันป้องกันปัญหาไฟป่า หมอกควัน และลดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในช่วงฤดูแล้ง” นางสาวลลิดา กล่าว





