วันพุธ ที่ 11 มีนาคม 2569

Login
Login

อ้าง 'ธนาคาร' ดัง ทำเป็นขบวนการขู่โอนเงิน 3 ล้าน อายัดทันคืน 2 ล้าน

อ้าง 'ธนาคาร' ดัง ทำเป็นขบวนการขู่โอนเงิน 3 ล้าน อายัดทันคืน 2 ล้าน

ระวังภัยมิจฉาชีพ แอบอ้างแบงก์ 'ธนาคาร' ดัง ทำเป็นขบวนการขู่โอนเงิน 3 ล้าน ตำรวจอายัดทันคืน 2 ล้านให้ผู้เสียหาย

อัปเดตระวังภัยมิจฉาชีพ แอบอ้างแบงก์ 'ธนาคาร' ดัง ทำเป็นขบวนการ ขู่โอนเงิน 3 ล้าน ตำรวจอายัดทัน คืน 2 ล้านให้ผู้เสียหาย

วานนี้ที่ทำการ บก.สอท.4 (เชียงใหม่)  พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท., มอบหมายให้ พล.ต.ต.ชัชปัณฑกานต์ คล้ายคลึง รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.กฤตัชญ์ บำรุงรัตนยศ ผบก.สอท.4 และ พ.ต.อ.สุบรรณ โชคพิมพา ผกก.1 บก.สอท.4 พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมแถลงข่าว ตร.ไซเบอร์ช่วยเหยื่อโดนโทรขู่โอนเงินสูญ 3 ล้าน แสบหลอกใช้เหยื่ออีกรายเป็นบัญชีม้า สอท. ไวกว่าอายัดทัน

สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 14 ส.ค. 68 ได้มีผู้เสียหายรายหนึ่งโดนมิจฉาชีพ แอบอ้างเป็นพนักงานธนาคาร โทรศัพท์มาหาเรื่องบัญชีธนาคารของผู้เสียหาย จากนั้นได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น (ปลอม) ข่มขู่ว่าบัญชีธนาคารของผู้เสียหายเข้าไปพัวพันกับคดียาเสพติดร้ายแรง

พร้อมทั้งให้แอดไลน์แล้วส่งหมายศาลปลอมมาให้เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและทำให้ผู้เสียหายเกิดความหวาดกลัว พร้อมทั้งข่มขู่ว่าหากไม่ให้ความร่วมมือ ผู้เสียหายจะถูกอายัดบัญชีและดำเนินคดีตามกฎหมาย จากนั้นมิจฉาชีพได้สั่งให้ผู้เสียหายโอนเงินที่มีอยู่ทั้งหมดไปให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ

ด้วยความหวาดกลัวและหลงเชื่อว่าเป็นเจ้าหน้าที่จริง ในวันที่ 15 ส.ค. 68 ผู้เสียหายจึงโอนเงินไป 1 ครั้ง จำนวน 2,000,000 บาท ปลายทางบัญชีธนาคารชื่อบัญชี นาย ค หลังจากได้เงินก้อนแรกไปแล้ว มิจฉาชีพได้ข่มขู่ว่าห้ามบอกใคร มิเช่นนั้นจะโดนดำเนินคดี

ต่อมาวันที่ 18 ส.ค. 68 มิจฉาชีพได้สั่งให้ผู้เสียหายเบิกถอนเงินสดไปฝากเข้าบัญชีปลายทางอีก 2 บัญชี รวมเป็นเงินอีก 1,000,000 บาท รวมมูลค่าความเสียหายทั้งสิ้น 3,000,000 บาท

เมื่อผู้เสียหายรู้ตัวว่าโดนหลอกลวงจึงได้แจ้งความผ่านระบบรับแจ้งความออนไลน์ thaipoliceonline.go.th

จากกรณีดังกล่าว พ.ต.อ.สุบรรณ โชคพิมพา ผกก.1 บก.สอท.4 ได้ส่งทีมตรวจสอบเส้นทางการเงินและประสานธนาคารที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจรวบรวมพยานหลักฐาน และส่งชุดสืบสวนลงพื้นที่ออกติดตามจับกุมผู้ต้องหาในขบวนการดังกล่าวได้แล้วบางส่วน

โดยดำเนินคดีในข้อหา

  1. เป็นผู้สนับสนุนให้ผู้อื่นกระทำความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น
  2. เป็นผู้สนับสนุนให้ผู้อื่นกระทำความผิดฐานร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด
  3. เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากโดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้องโดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด

โดยคดีนี้มีสิ่งที่น่าสนใจคือ จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบว่า “นาย ค” เจ้าของบัญชีธนาคารปลายทางที่ผู้เสียหายได้โอนเงินเข้าไป กลับพบว่าตกเป็นผู้เสียหายในคดีของ สภ.ท่าคันโท จ.กาฬสินธุ์ โดยนาย ค ได้ถูกคนร้ายหลอกให้โอนเงินไปทั้งสิ้นกว่า 2,273,000 บาท

จากพฤติการณ์ของมิจฉาชีพ พบว่า นาย ค ได้ถูกมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นพนักงานธนาคารและเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น (ปลอม) เช่นกัน โดยข่มขู่ว่าบัญชีธนาคารเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินของผู้ต้องหารายหนึ่งซึ่งมีตำแหน่งเป็นผู้จัดการธนาคาร แล้วได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมพร้อมของกลางสมุดบัญชีธนาคารกว่า 70 เล่ม

โดยมิจฉาชีพข่มขู่ให้เก็บเรื่องดังกล่าวเป็นความลับ แล้วสั่งให้นาย ค ไปกักตัวอยู่เพียงลำพัง มิเช่นนั้นต้องถูกดำเนินคดี มีโทษจำคุก 3-5 ปี และต้องถูกตรวจยึดทรัพย์สินที่มีทั้งหมด

ต่อมา มิจฉาชีพได้สั่งให้นาย ค โอนเงินไปเพื่อตรวจสอบความบริสุทธิ์ จึงได้หลงเชื่อโอนเงินจำนวนหลายครั้ง รวมทั้งสิ้นกว่า 2,273,000 บาท กระทั่งวันที่ 15 ส.ค. 68 ได้มีคนร้ายที่แอบอ้างเป็น ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น โทรหาแล้วแจ้งว่า มีคนร้ายได้โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของนาย ค จำนวน 2,000,000 บาท

แล้วได้สั่งให้นายคำพันธ์ฯ โอนเงินไปยังบัญชีธนาคารปลายทางตามที่ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น (ปลอม) แจ้ง แต่จากการที่ตำรวจไซเบอร์ได้ประสานธนาคารไว้ทัน จึงทำให้ไม่สามารถทำรายการโอนเงินผ่านแอปพลิเคชันธนาคารได้

ซึ่งภายหลัง นาย ค ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ธนาคารตัวจริง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าคันโท ว่า นาย ค ได้ถูกกลุ่มคนร้ายหลอกให้โอนเงิน จึงได้เข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีในเวลาต่อมา

อย่างไรก็ตาม จากกรณีข้างต้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สอท.4 ได้ประสานงานร่วมกับทางธนาคาร กระทั่งได้อายัดเงิน จำนวน 2,000,000 บาท ที่ผู้เสียหายได้โอนไปยังบัญชีธนาคารของ นาย ค ไว้ได้ทัน ซึ่งเจ้าของบัญชีธนาคารเองไม่โต้แย้งในกรรมสิทธิ์

และยินยอมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจส่งมอบเงินในบัญชีตามจำนวนดังกล่าวคืนให้แก่ผู้เสียหาย ส่วนผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลและติดตามจับกุมตัว

พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง รอง ผบช.สอท. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดติดตามคดี จึงได้ร่วมกันนำเงินจำนวน 2,000,000 บาท คืนให้แก่ผู้เสียหาย ตามโครงการ “MONEY Cash Back ปิดบัญชี ตามล่าม้า คว้าเงินคืน” ณ บก.สอท.4 อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่

 

ที่มา CCIB