มหาดไทย สั่งด่วน 76 จังหวัด เร่งสำรวจความต้องการน้ำมันและ LPG รับมือวิกฤตพลังงานจากเหตุความขัดแย้งในตะวันออกกลาง พร้อมคุมเข้มการกักตุนสินค้า
กระทรวงมหาดไทย สั่งผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ บูรณาการสำรวจปริมาณความต้องการใช้เชื้อเพลิงภาคเอกชน พร้อมคุมเข้มการกักตุนน้ำมัน ป้องกันผลกระทบเศรษฐกิจจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
มหาดไทยยกระดับมาตรการบริหารจัดการพลังงาน
นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า จากการหารือสถานการณ์พลังงานร่วมกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 9 มี.ค. ที่ผ่านมา เกี่ยวกับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง กระทรวงมหาดไทยได้เร่งวางแนวทางบริหารจัดการเชื้อเพลิงเพื่อให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุดต่อประชาชนและภาคธุรกิจ
3 แนวทางปฏิบัติ สั่งการผู้ว่าฯ 76 จังหวัด
เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิงและก๊าซหุงต้ม (LPG) เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ปลัดกระทรวงมหาดไทยได้ส่งหนังสือสั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ให้ดำเนินการใน 3 ด้านหลัก ดังนี้:
1. สำรวจและจัดทำฐานข้อมูลความต้องการเชื้อเพลิง : มอบหมายสำนักงานพลังงานจังหวัดรวบรวมข้อมูลการใช้เชื้อเพลิงของภาคเอกชน แยกตามประเภทกิจการ และจัดลำดับความสำคัญ (Priority) เพื่อรายงานต่อกระทรวงพลังงานในการจัดสรรน้ำมันให้ตรงจุด
2. เฝ้าระวังการกักตุนและการฉวยโอกาส : บูรณาการร่วมกับพาณิชย์จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามสถานการณ์การจำหน่ายน้ำมันในพื้นที่อย่างใกล้ชิด ป้องกันการกักตุนสินค้าหรือการฉวยโอกาสขึ้นราคาที่ผิดปกติ
3. วางมาตรการรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน : เตรียมแผนบริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิงในระดับจังหวัด เพื่อให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจและการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชนดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง
"เราต้องสร้างความมั่นใจให้ภาคธุรกิจว่าการบริหารจัดการน้ำมันและปิโตรเลียมจะเป็นไปอย่างราบรื่นที่สุด เพื่อป้องกันการหยุดชะงักของกลไกเศรษฐกิจในพื้นที่" — นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ กล่าว
เป้าหมายเพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ
มาตรการดังกล่าวถือเป็นภารกิจเร่งด่วนที่กระทรวงมหาดไทยต้องดำเนินการตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี โดยมุ่งเน้นการทำงานเชิงรุกในระดับพื้นที่ เพื่อลดช่องว่างความเสี่ยงและเตรียมความพร้อมต่อความผันผวนของราคาและปริมาณพลังงานในตลาดโลก





