"รมต.สันติ" ถก ผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ ลุย 6 มาตรการด่วน คุมเข้มป้องกันการกักตุนและขายน้ำมัน-สินค้าเกินราคา ยันไม่ปล่อยให้วิกฤตโลกกลายเป็นช่องทางให้ใครเอาเปรียบ
วันนี้ (9 มี.ค. 69) นายสันติ ปิยะทัต รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค แถลงการณ์ยกระดับการคุ้มครองสิทธิประชาชนทั่วประเทศ หลังการประชุมร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อรับมือสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางที่อาจส่งผลกระทบต่อราคาสินค้า บริการ และค่าครองชีพของพี่น้องชาวไทย
นายสันติ เน้นย้ำว่า รัฐบาลมุ่งเน้นการดำเนินงาน "เชิงรุก" เพื่อปิดช่องโหว่ไม่ให้กลุ่มฉวยโอกาสซ้ำเติมประชาชนในช่วงวิกฤต โดยได้กำหนด 6 มาตรการเร่งด่วน เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภค ดังนี้:
6 มาตรการเร่งด่วนคุ้มครองผู้บริโภค
- เพิ่มช่องทางร้องทุกข์ : เปิดสายด่วน สคบ. เพิ่ม 10 คู่สาย เพื่อรับเรื่องร้องเรียนได้ทันท่วงที
- ตรวจสอบเข้มทั่วไทย : เพิ่มความถี่การลงพื้นที่ตรวจสอบราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ข้าวสาร ก๊าซหุงต้ม และป้องกันการกักตุนสินค้า
- ทางเลือกการชำระเงิน : ขอความร่วมมือร้านค้าให้รองรับทั้งเงินสด บัตรเครดิต และแอปพลิเคชัน เพื่อลดความเสี่ยงหากระบบสื่อสารหรือพลังงานขัดข้อง
- ยกระดับความปลอดภัยออนไลน์ : แนะนำซื้อสินค้าจากแพลตฟอร์มที่จดทะเบียนถูกต้องกับ สคบ. โดยเฉพาะสินค้ามูลค่าสูง
- คุมเข้มตลาดทองคำ : กำกับดูแลฉลากทองคำรูปพรรณ ป้องกันการเอาเปรียบจากความผันผวนของราคาทองโลก
- สร้างภูมิคุ้มกันประชาชน : เร่งประชาสัมพันธ์ให้ผู้บริโภครู้เท่าทันสิทธิของตนเอง เพื่อการตัดสินใจที่ปลอดภัย
"รัฐบาลไม่ปล่อยให้วิกฤตโลก กลายเป็นช่องทางเอาเปรียบคนไทย"
นายสันติ กล่าวทิ้งท้ายว่า "ขณะนี้ได้กำชับให้ผู้ว่าราชการจังหวัด กรมการค้าภายใน และ สคบ. เร่งติดตามสถานการณ์น้ำมันและภาคการขนส่งอย่างใกล้ชิด เพราะเป็นปัจจัยต้นน้ำที่กระทบต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคอื่น ๆ การทำงานแบบบูรณาการระหว่างส่วนกลางและท้องถิ่น จะช่วยให้มาตรการต่าง ๆ เกิดผลเป็นรูปธรรมและคุ้มครองประชาชนได้อย่างแท้จริง"
ทั้งนี้ ประชาชนที่พบเห็นการเอารัดเอาเปรียบ หรือได้รับความไม่เป็นธรรมจากการซื้อสินค้าและบริการ สามารถแจ้งเรื่องร้องเรียนได้ที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ทันที เพื่อให้เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป





