รู้ทันภัยออนไลน์ 'ลงทุน' โดนหลอกโอนเงิน 5 ล้าน ผ่านแอปหาคู่ ลวงโปรไฟล์ดีสาวสวย ล่าสุดตำรวจบุกจับชายตกงานรับจ้างเปิดบัญชี
เช็กอัปเดตรู้ทันภัยออนไลน์ 'ลงทุน' โดนหลอกโอนเงิน 5 ล้าน ผ่านแอปหาคู่ ลวงโปรไฟล์ดีสาวสวย ล่าสุดตำรวจบุกจับชายตกงานรับจ้างเปิดบัญชี
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) กองบังคับการตำรวจน้ำ (บก.รน.) ได้ร่วมกันจับกุม นาย ส อายุ 47 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของ ศาลจังหวัดนนทบุรี ในความผิดฐาน
- ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น
- โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ
สามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ที่บริเวณบ้านพักในพื้นที่ ต.สามตุ่ม อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา
พฤติการณ์แห่งคดีนี้ สืบเนื่องจากผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจพนักงานสอบสวน สภ.ชัยพฤกษ์ จ.นนทบุรี ว่าตนเองได้ถูกมิจฉาชีพหลอกลวงให้ร่วมลงทุนจนสูญเสียเงินไปกว่า 5.2 ล้านบาท
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อผู้เสียหายได้รู้จักกับหญิงสาวรายหนึ่ง ซึ่งใช้ชื่อโปรไฟล์ผ่านทางแอปพลิเคชันหาคู่ Kooup.com มิจฉาชีพรายนี้อ้างตนว่าเป็นหญิงชาวจีนที่อาศัยอยู่ในประเทศมาเลเซีย
ได้เข้ามาพูดคุยตีสนิทกับผู้เสียหาย ก่อนจะชักชวนให้ลงทุนเกี่ยวกับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศผ่านเว็บไซต์ปลอมที่สร้างขึ้นมาเพื่อหลอกลวงโดยเฉพาะ
ช่วงแรก เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและทำให้เหยื่อตายใจ มิจฉาชีพได้ให้ผู้เสียหายทดลองถอนเงินกำไรออกมาจำนวน 9,858 บาท ซึ่งก็สามารถถอนเงินออกมาได้จริง
เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่ออย่างสนิทใจแล้ว จึงได้โอนเงินเพื่อลงทุนเพิ่มอีกหลายครั้ง โดยโอนไปยังบัญชีธนาคารต่าง ๆ ที่มิจฉาชีพเตรียมไว้ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือบัญชีธนาคารในชื่อของผู้ต้องหาในคดีนี้
จนกระทั่งยอดเงินลงทุนสะสมสูงถึง 230,000 ดอลลาร์สหรัฐ เมื่อผู้เสียหายพยายามจะถอนเงินทุนและกำไรออกมา กลับไม่สามารถทำได้ โดยระบบของเว็บไซต์ปลอมได้แจ้งว่าต้องชำระค่าภาษี 20% ของยอดเงินทั้งหมดก่อน
ผู้เสียหายจึงหลงเชื่อโอนเงินค่าภาษีและค่าธรรมเนียมอื่นๆ ตามที่มิจฉาชีพกล่าวอ้างไปอีกหลายครั้ง รวมเป็นเงินความเสียหายทั้งสิ้น 5,285,537 บาท
เมื่อตระหนักได้ว่าตนเองถูกหลอกลวง จึงได้เข้าแจ้งความดำเนินคดี ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลางได้ทำการสืบสวนติดตามเส้นทางการเงินจนพบว่านาย ส เป็นหนึ่งในเจ้าของบัญชีม้า ที่คนร้ายใช้ในการกระทำความผิด
จึงได้วางแผนเข้าจับกุมตัวได้ในที่สุด ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ชัยพฤกษ์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา
การปฏิบัติภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.เศรษฐสิริ นิพภยะ ผบก.รน., พ.ต.อ.เจษฎา ชุมพล ผกก.4 บก.รน. สั่งการให้ พ.ต.ท.เอกพันธ์ ช่วยเหมาะขนาด สว.ส.รน.1 กก.4 บก.รน. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส.รน.1 กก.4 บก.รน. ดำเนินการ





