วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม 2569

Login
Login

เปิดสถิติย้อนหลัง 10 ปี หน้าร้อนคนไทยจมน้ำตายเฉลี่ยปีละ 900 ราย

เปิดสถิติย้อนหลัง 10 ปี หน้าร้อนคนไทยจมน้ำตายเฉลี่ยปีละ 900 ราย

รัฐบาลเตือนสถิติจมน้ำหน้าร้อนพุ่ง 964 ราย/ปี พบวัยทำงานและผู้สูงอายุเสียชีวิตสูงสุดกว่า 49% ย้ำปิดเทอมเด็กเสี่ยงสูง 1 ใน 3 แนะสวมชูชีพทุกครั้งลดสูญเสีย

รองโฆษกรัฐบาล เปิดสถิติย้อนหลัง 10 ปี พบคนไทยจมน้ำเสียชีวิตเฉลี่ยปีละกว่า 900 ราย ระบุช่วงปิดเทอมเด็กจมน้ำพุ่ง 1 ใน 3 ของทั้งปี ย้ำเล่นน้ำธรรมชาติอันตรายหากไม่สวมเสื้อชูชีพ

สถิติน่ากังวล : กลุ่มวัยทำงานและผู้สูงอายุครองแชมป์เสียชีวิต

นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยข้อมูลสถานการณ์การจมน้ำในช่วงฤดูร้อน (มีนาคม – พฤษภาคม) พบว่าในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2559 – 2568) มีผู้เสียชีวิตเฉลี่ยสูงถึง 964 รายต่อปี โดยมีข้อมูลสถิติที่น่าสนใจ ดังนี้:

  • กลุ่มอายุ 45 – 59 ปี : เสียชีวิตสูงสุด คิดเป็นร้อยละ 27.9
  • กลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป : คิดเป็นร้อยละ 21.7
  • กลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี : คิดเป็นร้อยละ 20.3 (โดยเฉพาะช่วงปิดเทอม สถิติพุ่งสูงถึง 1 ใน 3 ของทั้งปี)

สาเหตุหลักและสถานที่เสี่ยง "บ่อเกษตร-แหล่งน้ำธรรมชาติ" อันตรายสุด

จากการวิเคราะห์สาเหตุการเสียชีวิต พบว่าส่วนใหญ่เกิดจาก การเล่นน้ำ (ร้อยละ 51.6) และ การพลัดตก/ลื่น (ร้อยละ 25.2) โดยจุดเกิดเหตุกว่าร้อยละ 73.1 คือแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรและแหล่งน้ำธรรมชาติ เช่น บ่อขุด สระน้ำ คลอง และแม่น้ำ

ประเด็นสำคัญ: ผู้เสียชีวิตเกือบทั้งหมด หรือร้อยละ 98.4 "ไม่ได้สวมเสื้อชูชีพ" ขณะเกิดเหตุ และช่วงเวลาอันตรายที่สุดคือ 12.00 – 17.59 น. ซึ่งเป็นช่วงที่มีอากาศร้อนจัด

มาตรการป้องกันและคำแนะนำจากรัฐบาล

รัฐบาลขอเน้นย้ำให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังในการทำกิจกรรมทางน้ำ เพื่อลดความเสี่ยงและการสูญเสีย ดังนี้:

  1. การป้องกันส่วนบุคคล : สวมเสื้อชูชีพทุกครั้งเมื่อลงเรือหรือเล่นน้ำ หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และดูแลเด็ก/ผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด
  2. แหล่งท่องเที่ยว : ต้องมีการจัดโซนนิ่ง (Zoning) พื้นที่เล่นน้ำ มีเจ้าหน้าที่ไลฟ์การ์ด (Lifeguard) และอุปกรณ์ช่วยชีวิตที่พร้อมใช้งาน
  3. บทบาทท้องถิ่น : องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องสำรวจแหล่งน้ำเสี่ยง ติดตั้งรั้วกั้น และป้ายเตือนให้ชัดเจน

"การจมน้ำเกิดขึ้นเร็วและรุนแรง โดยมีอัตราการเสียชีวิตสูงถึงร้อยละ 76.5 การป้องกันจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด" นางสาวอัยรินทร์ กล่าวทิ้งท้าย