วันอาทิตย์ ที่ 8 มีนาคม 2569

Login
Login

กรมอุทยานฯ เฝ้าระวังใกล้ชิด 'ชูใจ-มานี' ช้างป่าบาดเจ็บ พบยังใช้ชีวิตกับโขลงได้

กรมอุทยานฯ เฝ้าระวังใกล้ชิด 'ชูใจ-มานี' ช้างป่าบาดเจ็บ พบยังใช้ชีวิตกับโขลงได้

กรมอุทยานฯ แจงแนวทางดูแล 'ชูใจ-มานี' ช้างป่าอ่างฤๅไนบาดเจ็บ เน้นติดตามเฝ้าระวังใกล้ชิดพร้อมเข้าช่วยเหลือ​ พบช้างยังใช้ชีวิตกับโขลงได้

วันที่ 7 มีนาคม 2569 นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยถึงกรณีความห่วงใยของประชาชนที่มีต่อ 'ชูใจ-มานี' ช้างป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤๅไน จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยระบุว่าได้รับรายงานและสั่งการให้เจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์มาอย่างต่อเนื่อง พร้อมกำชับให้ทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เฝ้าระวังความปลอดภัยของช้างป่าโดยต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษทั้งในด้านสรีระและพฤติกรรมของโขลงช้างด้วย

 

ด้าน ทีมสัตวแพทย์ ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา) ให้ข้อมูลเพิ่มว่า 'ชูใจ-มานี​' เป็นช้างป่าที่ทีมสัตวแพทย์เข้ามารักษาตั้งแต่ปี​ 2566 ซึ่งที่คู่ออกมาหากินที่บ้านคลองมะหา​ด​ 'พังมานี' มีอาการบาดเจ็บทางทวารที่ปลิ้นออกมา​ ส่วน 'พังชูใจ' พิการที่ขา​ โดยในตอนนั้นที่ทีมแพทย์ติดตามรักษาพบว่าพังชูใจเดินเข้าป่าลึกไปกับโขลงก่อน​ ล่าสุดพบรายงานเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา​ ซึ่งช้างทั้ง​ 2 ก็เดินตามโขลงเข้าป่าไป​อีก​ ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ยังติดตามอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม จากการประเมินร่วมกันของทีมสัตวแพทย์เกี่ยวกับอาการบาดเจ็บเรื้อรังที่ขาหน้าด้านขวาของ 'ชูใจ' พบว่าการเข้าควบคุมตัวเพื่อรักษาด้วยการใช้ยาซึมนั้นมีความเสี่ยงสูงอย่างยิ่ง เนื่องจากสภาพพื้นที่ป่าในปัจจุบันเป็นภูเขาสลับซับซ้อน หากช้างป่าชูใจได้รับยาซึมและไม่สามารถรองรับน้ำหนักตัวเองได้ มีความเสี่ยงที่จะล้มตัวลงนอนในจุดที่รถเครนที่จะใช้ช่วยพยุงตัวให้ลุกขึ้นเข้าไม่ถึงได้ทันท่วงที ช้างป่าอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนและเสียชีวิตได้ แม้จะได้รับยาแก้ฤทธิ์ยาซึมก็ตาม

 

ปัจจุบัน ทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤๅไน รวมถึงมูลนิธิด้านสวัสดิภาพสัตว์ ได้ประสานงานติดตามร่องรอยของพังชูใจและพังมานีอย่างต่อเนื่อง แม้ทั้งคู่จะมีอาการบาดเจ็บเรื้อรัง แต่ยังคงสามารถหากินและใช้ชีวิตร่วมกับโขลงตามธรรมชาติได้ดี การไม่เข้าไปรบกวนหรือเคลื่อนย้ายจึงเป็นผลดีต่อตัวช้างมากที่สุด

ในขณะนี้ ทีมสัตวแพทย์ยืนยันว่าการปล่อยให้ชูใจใช้ชีวิตตามธรรมชาติโดยมีเจ้าหน้าที่คอยติดตามเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด แต่หากในอนาคตพบว่าอาการบาดเจ็บที่มีความเสี่ยงต่อการดำรงชีวิตของช้างป่า​ ทางกรมฯ จะพิจารณาแผนการช่วยเหลือโดยการนำออกจากป่ามารักษาต่อไป เพื่อสวัสดิภาพและความปลอดภัยสูงสุดของช้างป่าทุกตัว