เงินหมุนกว่า 2,400 ล้าน หลอกใช้บัญชีม้ารับโอนเงินเว็บพนัน ฟอกผ่านคริปโทฯ ตำรวจไซเบอร์จับ 6 ราย
เงินหมุนกว่า 2,400 ล้าน หลอกใช้บัญชีม้ารับโอนเงิน เว็บพนัน ฟอกผ่านคริปโทฯ ตำรวจไซเบอร์จับ 6 ราย
วานนี้ พล.ต.ต.ชัชปัณฑกานต์ คล้ายคลึง รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผบก.สอท.1, พล.ต.ต.ศรายุทธ จุณณวัตต์ ผบก.สอท.2, พ.ต.อ.สุวัฒชัย ศรีทองสุข รอง ผบก.ตอท. พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมแถลงข่าว ตร.ไซเบอร์ ล่า เครือข่ายเว็บพนัน “BANKKOK1688” เงินหมุนกว่า 2,400 ล้าน หลอกใช้บัญชีม้ารับโอนเงินก่อนนำไปฟอกผ่านคริปโต
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.1 ได้สืบสวนพบเว็บไซต์พนันออนไลน์ เครือข่าย “bankkok1688” ได้ลักลอบเปิดให้บริการเล่นพนันออนไลน์ อาทิ หวย สล็อต พนันฟุตบอลต่างประเทศ บาคาร่า และพนันอื่นๆ อีกหลายชนิด
จากการตรวจสอบเส้นทางการเงิน พบว่ามียอดเงินหมุนเวียนกว่า 200 ล้านบาทต่อเดือน หรือรวมแล้วประมาณกว่า 2,400 ล้านบาทต่อปี
ต่อมา พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผบก.สอท.1 จึงมอบหมายให้ พ.ต.อ.กฤติน ตปสีโล ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.1 ส่งเจ้าหน้าที่ออกสืบสวนสอบสวน จนพบว่าเครือข่ายดังกล่าวมีการแบ่งหน้าที่กันทำอย่างเป็นระบบ
มีการใช้บัญชีม้าในการรับโอนเงินเข้าจากลูกค้า โอนเงินจ่ายคืนลูกค้า และบัญชีสำหรับยักย้ายถ่ายเทเพื่อฟอกเงิน ผ่านบัญชีธนาคารต่างๆ รวมทั้งสิ้น 18 บัญชี
จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหาในขบวนการได้หลายราย
ล่าสุด พ.ต.ท.สุภารัตน์ คำอินทร์ รอง ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.1 ได้นำกำลังชุดสืบสวนลงพื้นที่ต่างๆ เพื่อติดตามจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาเครือข่ายดังกล่าว กระทั่งสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้แล้วจำนวน 6 ราย ได้แก่
1.นาย ภ อายุ 20 ปี เจ้าของบัญชีรับโอน-จ่าย เงินเว็บพนัน จับกุมได้ที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์
2.น.ส. บ อายุ 40 ปี เจ้าของบัญชีพักและรวบรวมเงิน จับกุมได้ที่ กรุงเทพมหานคร
3.นาย ช อายุ 43 ปี เจ้าของบัญชีพักและรวบรวมเงิน จับกุมได้ที่ จ.ชัยนาท
4.นาย ค อายุ 30 ปี เจ้าของบัญชีผู้รับผลประโยชน์ จับกุมได้ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา
5.นาย ช อายุ 19 ปี เจ้าของบัญชีผู้รับผลประโยชน์ จับกุมได้ที่ จ.เพชรบุรี
6.นาย ศ อายุ 27 ปี เจ้าของบัญชีผู้รับผลประโยชน์ จับกุมได้ที่ จ.สระแก้ว
โดยดำเนินคดีในความผิดฐาน “ร่วมกันจัดให้มีการเล่นหรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่น หรือเข้าพนันในการเล่นทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน, สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการทำผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน และร่วมกันฟอกเงิน”
จากการสอบถามหนึ่งในผู้ต้องหารายสำคัญ คือ นาย ค อายุ 30 ปี ได้รับสารภาพว่า ตนเองได้ถูกชักชวนจากเพื่อนชาวกัมพูชาให้ไปเปิดบัญชีแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (Bitkub) จึงได้ทำตามที่เพื่อนแนะนำ โดยเข้ากระบวนการยืนยันตัวตน (KYC) ด้วยการสแกนใบหน้า แล้วส่งมอบบัญชีธนาคารพร้อมโทรศัพท์มือถือให้เพื่อนชาวกัมพูชาไปใช้งาน
แต่จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบว่า บัญชีดังกล่าวกลับถูกนำไปใช้รับโอนเงินจากเว็บพนัน เพื่อนำไปซื้อเหรียญคริปโตเคอร์เรนซีมูลค่าสูงถึง 59 ล้านบาท ก่อนที่จะโอนต่อไปยังกระดานเทรดต่างประเทศ (Binance) เพื่อแปรสภาพทรัพย์สินหรือฟอกเงินต่อไป
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน กลุ่มงานสอบสวน บก.สอท.1 เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งสืบสวนขยายผลและติดตามจับกุมตัวผู้ร่วมขบวนการที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมต่อไป





