ดัน 'มะพร้าวน้ำหอมไทย' กลับสู่ท็อปลิสต์ผลไม้โลก กรมพัฒน์ฯ ลงพื้นที่ราชบุรี วางระบบแก้ปัญหาราคาตกต่ำ - กวาดล้างขบวนการ 'นอมินี' ตัวการทำกลไกตลาดพัง
วันที่ 4 มีนาคม 2569 นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ตรวจสถานประกอบการบรรจุและส่งออก 'มะพร้าวน้ำหอม' จังหวัดราชบุรี ว่า วันนี้ ทีมปราบ 'นอมินี' กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ลงพื้นที่ จ.ราชบุรี เพื่อแก้ปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำอย่างเป็นระบบ ซึ่งพบปัญหาสถานการณ์ราคามะพร้าวน้ำหอมที่ตกต่ำ ภาพรวมของมะพร้าวน้ำหอมพื้นที่ จ.ราชบุรี ในปัจจุบัน ปัญหาการรวบรวมผลผลิตจากเกษตรกรที่ต้องเผชิญกับราคาที่ผันผวนอย่างหนัก อุปสรรคการส่งออกมะพร้าวน้ำหอมไปยังต่างประเทศ โดยเฉพาะเรื่องกฎระเบียบและมาตรฐานสินค้าเพื่อการส่งออก
ทั้งนี้ ปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอมราคาตกต่ำ ส่วนใหญ่เกิดจากปัญหาเชิงโครงสร้าง โดยสามารถแบ่งออกได้ ดังนี้
1) ภาคการเกษตร ในประเทศมีการขยายพื้นที่ปลูกมะพร้าวน้ำหอมพร้อมกันหลายพื้นที่ ผลผลิตออกพร้อมกัน ทำให้ผลผลิตล้นตลาด อุปทานมากกว่าอุปสงค์ ส่งผลให้ราคาตกต่ำ สืบเนื่องถึงเกษตรกรมีรายได้ไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่าย ไม่มีทุนที่จะต่อยอดบำรุงต้นมะพร้าว ผลผลิตที่ได้จึงมีคุณภาพต่ำ ส่งผลให้ราคาตกต่ำต่อเนื่อง
2) ภาคผลสดส่งออก แบ่งออกเป็น 2 ด้าน คือ
2.1 โรงงานของคนไทยที่มีมาตรฐานสากล ต้องแบกภาระต้นทุนที่สูงกว่าในการปฏิบัติตามกฎหมายโรงงาน ทั้งภาษี การทำมาตรฐานสากลต่าง ๆ ด้านคุณภาพและความปลอดภัยมาตรฐานอาหาร ลูกค้าต่างชาติชะลอการสั่งซื้อสินค้า สูญเสียตลาดส่งออกมะพร้าวน้ำหอมให้กับประเทศอื่น เนื่องจากมีราคาที่ถูกกว่าและมีความผันผวนของราคาที่ต่ำกว่าไทย ผู้ผลิต/ผู้ส่งออกไทย ผันตัวมาเป็นผู้รับจ้างผลิตให้กับบริษัทต่างชาติที่เป็นผู้กำหนดราคารับซื้อ/ขาย
2.2 โรงงานของทุนต่างชาติ หรือ นอมินี มีการลงทุนที่ครบวงจรตั้งแต่ การเช่าเหมาสวน โรงผลิต โรงบรรจุภัณฑ์ การขนส่ง-ส่งออก มีช่องทางจัดจำหน่ายเอง ทำให้เป็นผู้ซื้อรายใหญ่ที่ควบคุมราคารับซื้อ/ขายได้หมด และกำหนดเกณฑ์รับซื้อเฉพาะมะพร้าวน้ำหอมเกรดดีเท่านั้น มีต้นทุนที่ต่ำกว่า จากการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย (บางแห่ง) หรือไม่ได้มีการทำระบบมาตรฐานเต็มรูปแบบ แสดงบัญชีขาดทุนในไทยแต่กำไรปลายทางอยู่ต่างประเทศ รัฐบาลของนักลงทุนต่างชาตินั้นส่งเสริมการลงทุน ช่วยเรื่องภาษีในการนำเข้าสินค้าจากบริษัทต่างชาติของตนเองในไทย
3) ภาคแปรรูปอุตสาหกรรมน้ำมะพร้าวน้ำหอม แบ่งออกเป็น 2 ด้าน
3.1 บริษัทของคนไทยเป็นโรงงานมาตรฐาน โรงงานใช้มะพร้าวน้ำหอมแท้ 100% โรงงานที่เป็นน้ำมะพร้าวปรุงแต่งมีการแจ้งปริมาณสัดส่วนปรุงแต่งที่แท้จริง
3.2 บริษัทนักลงทุนต่างชาติ โรงงานที่ดำเนินการผลิตได้ตามมาตรฐานมีทั้งมะพร้าวน้ำหอม 100% และที่มีมะพร้าวน้ำหอมปรุงแต่งผสมตามสัดส่วนที่ใช้จริง โรงงานที่ดำเนินการผลิตไม่ได้มาตรฐาน ผลิตน้ำมะพร้าวปลอมปน หรือผสมปรุงแต่ง แต่ไม่ได้ระบุสัดส่วนที่ใช้จริง
นอกจากนี้ ยังมีปัญหาเชิงโครงสร้างที่ซ้ำเติมปัญหามะพร้าวน้ำหอมของไทย ได้แก่ สินค้าปลอม เช่น เติมน้ำตาล แต่งกลิ่น และผสมน้ำมะพร้าวพันธุ์อื่น แต่แจ้งว่าเป็นมะพร้าวน้ำหอม 100% ส่งผลกระทบต่อมะพร้าวน้ำหอมแท้ 100% คือ ของแท้ขายไม่ได้ โรงงานไทยสู้ราคาถูกไม่ได้ ผู้บริโภคเข้าใจผิดรสชาติมะพร้าวไทย ประเทศไทยเสียชื่อเสียง โดยปัญหาที่เกิดขึ้นส่งผลต่อเนื่อง คือ ขายมะพร้าวน้ำหอมไม่ได้ , โรงงานหยุดรับซื้อ , เกษตรกรขาดรายได้ , ลดคุณภาพสวน , ราคาตกต่ำ
สรุป อุตสาหกรรมมะพร้าวน้ำหอมของไทยต้องเผชิญกับ 4 วิกฤตปัญหา คือ
- ช่วงผลผลิตขาดตลาด ราคาพุ่งสูง แข่งขันในตลาดไม่ได้
- ช่วงผลผลิตล้นตลาด ราคาต่ำ โรงงานเกิดภาวะ Over Stock
- การแข่งขันต้นทุนต่ำจากทุนต่างชาติ
- สินค้าปลอมปนทำลายคุณภาพและราคามะพร้าวน้ำหอมไทย
ซึ่งหลังการพูดคุย กรมฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำข้อหารือเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้น มาถอดบทเรียนสถานการณ์ราคามะพร้าวน้ำหอมที่ไม่เป็นไปตามกลไกราคาของตลาด และการแก้ปัญหาราคาตกต่ำในระยะยาว โดยมีแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ดังนี้
1) ภาคการเกษตร
1.1 บริหารจัดการควบคุมการขยายพื้นที่ปลูก-ป้องกันภาวะมะพร้าวน้ำหอมล้นตลาด
1.2 ภาครัฐช่วยเหลือสนับสนุนเกษตรกรให้มีเงินทุนในการบำรุงสวนมะพร้าว
2) ภาคการผลิต
2.1) บังคับใช้กฎหมายเท่าเทียมทุกนักลงทุน โดยมีการตรวจด้านสิ่งแวดล้อม แรงงาน และตรวจสอบโครงสร้างผู้ถือหุ้น (นอมินี)
2.2) จัดระเบียบมาตรฐานสินค้า โดยแยกพิกัดอัตราศุลกากร (HS Code) ที่ชัดเจนระหว่างน้ำมะพร้าวน้ำหอมแท้ 100% กับมะพร้าวผสม และตั้งหน่วยงานรับรองคุณภาพที่ชัดเจน ปราบปรามสินค้าปลอม ปกป้องสินค้าแท้ 100%
2.3) สนับสนุนผู้ส่งออกไทยอย่างเป็นธรรม โดยการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี และเจรจาการค้าเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ
รวมทั้งผลักดันให้เกษตรกรในพื้นที่มีการ UpSkill และ ReSkill การบริหารจัดการธุรกิจเพื่อให้สามารถปรับตัวและสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่ง พึ่งพาตนเองได้ และนำไปสู่การส่งออกผลิตภัณฑ์ไปยังตลาดต่างประเทศได้ ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอมที่มีความผันผวนได้ในระดับหนึ่ง โดยมีกระทรวงพาณิชย์เป็นแบ็กอัพสำคัญช่วยส่งเสริมสนับสนุนและอำนวยความสะดวกในการดำเนินการข้างต้นให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังเป็นประธานการประชุมคณะทำงานเพื่อปฏิบัติการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจที่ฝ่าฝืนกฎหมาย ณ ศาลากลางจังหวัดราชบุรี โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมการค้าภายใน กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เข้าร่วมประชุม โดยที่ประชุมได้หารือมาตรการในการตรวจสอบและปราบปรามกลุ่มทุนต่างชาติที่ใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (นอมินี) เพื่อหลีกเลี่ยงพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 โดยเฉพาะในธุรกิจต้องห้ามตามบัญชีท้ายที่สงวนไว้ให้คนไทย ซึ่งปัจจุบันได้ตรวจพบพฤติการณ์การประกอบธุรกิจมะพร้าวน้ำหอมในพื้นที่ จ.ราชบุรี โดยมีชาวต่างชาติเข้ามาเกี่ยวข้อง 3 ลักษณะ และคาดว่าเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ราคามะพร้าวน้ำหอมใน จ.ราชบุรี ผันผวนหนัก ดังนี้
1) การเช่าสวนมะพร้าวเพื่อปลูกเอง โดยชาวต่างชาติใช้คนไทยในการจัดตั้งบริษัทเข้าซื้อที่ดินหรือทำสัญญาเช่าที่ดินกับเกษตรกรในพื้นที่
2) การแปรรูปและส่งออกเองครบวงจร ทำให้ตัดวงจรการซื้อขายมะพร้าวจากเกษตรกรไทยโดยตรง
และ 3) การกดราคารับซื้อ ส่งผลให้ราคามะพร้าวน้ำหอมในพื้นที่ตกต่ำอย่างผิดปกติ เนื่องจากกลไกตลาดถูกควบคุมโดยกลุ่มทุนต่างชาติ
หน่วยงานที่เข้าร่วมประชุมได้ร่วมกันกำหนดทิศทางและแผนดำเนินการตรวจสอบเพื่อ 'สะสาง' ปัญหา 'นอมินี' ที่เกิดขึ้น ซึ่งนอกจากจะแก้ปัญหาภัยทางเศรษฐกิจที่ชาวต่างชาติประกอบธุรกิจที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายไทยแล้ว ยังสามารถแก้ไขปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอมที่มีความผันผวนได้ในระยะยาวอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม ขอเตือนไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องในการที่เอื้อประโยชน์ให้กับผู้กระทำผิด และเน้นย้ำให้คนไทยไม่ให้ความช่วยเหลือ สนับสนุน หรือถือหุ้นแทนคนต่างด้าว เพื่อให้คนต่างด้าวเหล่านั้นเข้ามาประกอบธุรกิจโดยหลีกเลี่ยงหรือฝ่าฝืนกฎหมาย หากพบการกระทำผิดก็จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเข้มงวด ทั้งนี้ ผู้กระทำผิดจะต้องได้รับโทษ คือ พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ตามมาตรา 36 กรณีคนไทยที่ให้ความช่วยเหลือสนับสนุนคนต่างด้าวให้กระทำความผิด และมาตรา 37 กรณีคนต่างด้าวที่ประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือ ปรับตั้งแต่ 100,000-1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยหากฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลต้องระวางโทษ ปรับรายวัน วันละ 10,000-50,000 บาท จนกว่าจะเลิกฝ่าฝืน
'ทั้งนี้ ในวันศุกร์ที่ 6 มีนาคม 2569 กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะจัดประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมวิชาการเกษตร กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ กรมสรรพากร กรมการจัดหางาน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า กรมการค้าภายใน กรมการค้าต่างประเทศ และกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เพื่อกำหนดแนวทางป้องกันและปราบปรามธุรกิจผิดกฎหมายที่ใช้นอมินีเป็นตัวแทนอำพรางในการประกอบธุรกิจกับทุกกลุ่มธุรกิจอย่างจริงจัง เน้นการตรวจสอบเชิงลึก และมีการบังคับใช้กฎหมายของแต่ละหน่วยงานอย่างเคร่งครัด เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อเกษตรกรและนักธุรกิจที่ประกอบธุรกิจโดยถูกต้องตามกฎหมาย เป็นการคุ้มครองระบบเศรษฐกิจของประเทศให้มีความโปร่งใส สร้างเสถียรภาพทางการค้า และส่งเสริมการแข่งขันที่เป็นธรรมของเศรษฐกิจไทย ก่อนลงพื้นที่จังหวัดราชบุรีอีกครั้งและพื้นที่จังหวัดอื่นต่อไป' อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าว





