เฉลย! ทำไมยิ่งร้อนแอร์ยิ่งกินไฟ? กระทรวงพลังงานแนะ 3 เทคนิคลดค่าไฟได้ถึง 14% แค่ตั้งแอร์ 26 องศา-เปิดพัดลมช่วย-ล้างแอร์ปีละ 2 ครั้ง ช่วยเซฟเงินในกระเป๋าได้จริง!
เคยสงสัยไหมว่าทำไมหน้าร้อนค่าไฟถึงพุ่งกระฉูด ทั้งที่เปิดแอร์เท่าเดิม? กระทรวงพลังงาน ออกมาไขข้อสงสัยพร้อมแนะเทคนิค "สู้ร้อนแบบประหยัด" ที่จะช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าในกระเป๋าของคุณได้ถึง 14% เพียงแค่ปรับพฤติกรรมการใช้งานเล็กน้อย
ทำไมยิ่งอากาศร้อน แอร์ยิ่งกินไฟ?
จากข้อมูลกราฟิกเปรียบเทียบของกระทรวงพลังงาน พบว่าอุณหภูมิภายนอกมีผลโดยตรงต่อการทำงานของเครื่องปรับอากาศ:
- ที่อุณหภูมิภายนอก 35°C : แอร์ทำงาน 1 ชั่วโมง ใช้ไฟประมาณ 0.69 หน่วย (คิดเป็นเงิน 2.69 บาท)
- ที่อุณหภูมิภายนอก 41°C : แอร์ทำงาน 1 ชั่วโมง ใช้ไฟเพิ่มขึ้นเป็น 0.79 หน่วย (คิดเป็นเงิน 3.08 บาท)
จะเห็นได้ว่าเมื่ออุณหภูมิภายนอกต่างกันเพียง 6 องศาเซลเซียส ส่งผลให้ค่าไฟพุ่งสูงขึ้นถึง 93 บาทต่อเดือน หรือคิดเป็น 14% (คำนวณจากการเปิดแอร์ 8 ชม./วัน นาน 30 วัน) เนื่องด้วยคอมเพรสเซอร์ต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อระบายความร้อนออกจากห้องนั่นเอง
3 เทคนิคประหยัดไฟฉบับกระทรวงพลังงาน
เพื่อให้แอร์ทำงานน้อยลงแต่เย็นเท่าเดิม และเซฟเงินในกระเป๋าได้มากที่สุด แนะนำให้ทำตาม 3 ขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้:
- ตั้งอุณหภูมิที่ 26 องศาเซลเซียส : ระดับอุณหภูมินี้ถือเป็นจุดที่ "เย็นกำลังดี" และไม่สร้างภาระให้เครื่องปรับอากาศมากจนเกินไป การปรับอุณหภูมิเพิ่มขึ้นเพียง 1 องศา สามารถช่วยประหยัดไฟได้เพิ่มขึ้นอีกประมาณ 10%
- เปิดพัดลมช่วยกระจายความเย็น : แทนที่จะกดรีโมทลดอุณหภูมิให้ต่ำลง (เช่น 23-24 องศา) ให้ลองเปิดพัดลมควบคู่ไปกับการตั้งแอร์ที่ 26 องศา ลมจากพัดลมจะช่วยให้ร่างกายรู้สึกเย็นสบายขึ้นอีก 1-2 องศา โดยที่แอร์ไม่ต้องทำงานหนัก
- ล้างแอร์สม่ำเสมอ อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง : ฝุ่นที่เกาะตามฟิลเตอร์และคอยล์เย็นคือศัตรูตัวฉกาจ การล้างแอร์จะช่วยให้เครื่องระบายความร้อนได้ดีขึ้น ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ และช่วยยืดอายุการใช้งานเครื่องได้นานกว่าเดิม
การเข้าใจการทำงานของเครื่องปรับอากาศท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนจัด จะช่วยให้เราวางแผนการใช้งานได้อย่างชาญฉลาด หากเริ่มทำตามคำแนะนำตั้งแต่วันนี้ นอกจากจะช่วยลดค่าไฟส่วนบุคคลแล้ว ยังเป็นการช่วยชาติลดการใช้พลังงานในช่วง Peak หรือช่วงที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดของปีอีกด้วย





