วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม 2569

Login
Login

อว. สั่งเช็ก นศ.ไทยในตะวันออกกลาง รับมือสงครามระอุ เตรียมแผนอพยพ

อว. สั่งเช็ก นศ.ไทยในตะวันออกกลาง รับมือสงครามระอุ เตรียมแผนอพยพ

อว. สั่งเช็กยอด นศ.ไทยในตะวันออกกลางด่วน! หลังสงครามอิหร่านส่อแววระอุ รมว.สุรศักดิ์ กำชับทุกมหา’ลัยเกาะติดสถานการณ์ พร้อมประสาน กต. อพยพกลับไทยทันทีหากรุนแรง

วันนี้ (4 มี.ค. 68) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สั่งการทุกสถาบันอุดมศึกษาตรวจสอบข้อมูลนักศึกษาและบุคลากรในตะวันออกกลางด่วน หลังสถานการณ์สู้รบในอิหร่านทวีความรุนแรง ย้ำความปลอดภัยคือสิ่งสำคัญสูงสุด พร้อมประสาน กต. เตรียมแผนอพยพหากจำเป็น

อว. เกาะติดสถานการณ์สู้รบในอิหร่านและตะวันออกกลาง

นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความไม่สงบและการสู้รบในประเทศอิหร่านรวมถึงกลุ่มประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง ทางกระทรวงฯ มีความเป็นห่วงสวัสดิภาพของนักศึกษาไทยและบุคลากรที่กำลังศึกษา ฝึกงาน หรือทำวิจัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว

ขณะนี้ได้สั่งการให้สถาบันอุดมศึกษาทุกแห่งเร่งสำรวจรายชื่อและที่พำนักปัจจุบันของนักศึกษาและบุคลากรในสังกัด เพื่อประเมินสถานการณ์และเตรียมการช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที

อว. สั่งเช็ก นศ.ไทยในตะวันออกกลาง รับมือสงครามระอุ เตรียมแผนอพยพ

เปิดจำนวนนักศึกษาไทยในพื้นที่เสี่ยง (ข้อมูลล่าสุด)

จากการประสานงานกับกระทรวงการต่างประเทศ (กองตะวันออกกลาง) พบว่า มีนักศึกษาไทยพำนักอยู่ในประเทศต่างๆ ที่อาจได้รับผลกระทบ ดังนี้

  • อียิปต์ 3,400 คน
  • ซาอุดีอาระเบีย 425 คน
  • จอร์แดน 360 คน
  • อิหร่าน 180 คน
  • เยเมน 120 คน
  • อิสราเอล 56 คน
  • อิรัก 10 คน

มาตรการดูแลความปลอดภัยและแผนฉุกเฉิน

กระทรวง อว. ได้กำหนดแนวทางปฏิบัติเพื่อรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน ดังนี้:

  1. ประสานงานใกล้ชิด : ให้สถาบันอุดมศึกษาติดต่อกับนักศึกษาในพื้นที่ตลอดเวลา
  2. ร่วมมือกับ กต. : ประสานงานกับกระทรวงการต่างประเทศและสถานเอกอัครราชทูตไทยในแต่ละประเทศเพื่อเฝ้าดูสถานการณ์รายวัน
  3. เตรียมแผนอพยพ : หากสถานการณ์รุนแรงขึ้นจนไม่ปลอดภัย กระทรวงฯ พร้อมดำเนินตามแผนฉุกเฉินเพื่อพานักศึกษาและบุคลากรกลับประเทศไทยทันที

“ขณะนี้เรากำลังรวบรวมข้อมูลที่เป็นปัจจุบันที่สุด หากสถานการณ์ขยายวงกว้าง กระทรวง อว. พร้อมดำเนินการตามแผนฉุกเฉินทันที โดยยึดความปลอดภัยของทุกคนเป็นสำคัญ” นายสุรศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย