'มหาดไทย' ถกเตรียมพร้อมรับมือ 'แผ่นดินไหว' กำชับ 23 จังหวัดเสี่ยง รอยเลื่อนมีพลังพาดผ่าน ซ้อมแผนอพยพ ยึดหลัก 'หมอบ-ป้อง-เกาะ'
วันนี้ (4 มี.ค. 69) นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) เป็นประธานการประชุมกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) เพื่อติดตามสถานการณ์ 'แผ่นดินไหว' โดยมี นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย , นายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย , นายสุวภาคย์ อิ่มสุนทร รองอธิบดีกรมทรัพยากรธรณี , รศ.ดร.สุทธิศักดิ์ ศรลัมพ์ รวมถึงผู้แทนกรมอุตุนิยมวิทยา กรมชลประทาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) ผู้ว่าราชการจังหวัดและรองผู้ว่าราชการจังหวัด 23 จังหวัด ที่มีรอยเลื่อนที่มีพลังพาดผ่าน ผู้อำนวยการสำนัก/กองส่วนกลาง ปภ. หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมฯ และประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์
นายศักดิ์ดา กล่าวว่า สืบเนื่องจากในช่วงต้นปีที่ผ่านมาได้เกิดสถานการณ์ 'แผ่นดินไหวบนบก' ซึ่งมีจุดศูนย์กลางอยู่ในประเทศประเทศไทยบ่อยครั้ง เช่น บริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี แม่ฮ่องสอน เชียงราย เชียงใหม่ และลำปาง รวมถึงบริเวณใกล้เคียง โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีที่ได้เกิดแผ่นดินไหวมากกว่า 20 ครั้ง และมีหลายครั้งที่ประชาชนในพื้นที่รับรู้ถึงแรงสั่นไหว ทำให้พี่น้องประชาชนเกิดความตื่นตระหนกหรือรู้สึกไม่สบายใจ จึงนำมาสู่การประชุมในวันนี้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรับทราบสถานการณ์แผ่นดินไหวในประเทศไทย
ซึ่งผลการวิเคราะห์พบว่า แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในประเทศไทยส่วนใหญ่กว่า 90% เป็น แผ่นดินไหวขนาดเล็ก โดยมีขนาดต่ำกว่า 3.0 ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์การเลื่อนตัวบริเวณรอยเลื่อนอย่างต่อเนื่อง พร้อมเฝ้าระวังผลกระทบต่อสิ่งก่อสร้างโดยเฉพาะเขื่อนกักเก็บน้ำ ทั้งการจัดการข้อมูลสารสนเทศ ระบบเฝ้าระวังติดตามสถานภาพเขื่อน ระบบฐานข้อมูลและการเตือนภัยแผ่นดินไหว พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลร่วมกันระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อการวิเคราะห์ รายงานผล และเตือนภัยได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ตลอดจนการแจ้งเตือนผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Cell Broadcast) กรณีแผ่นดินไหว
นายศักดิ์ดา กล่าวเพิ่มเติมว่า อย่างที่เราทราบกันดีว่าแผ่นดินไหวเป็นภัยหนึ่งที่ไม่สามารถคาดการณ์หรือแจ้งเตือนไปล่วงหน้าได้ ดังนั้นเราจำเป็นที่จะต้องนำความตื่นตระหนกออกไป แล้วปรับเปลี่ยนให้เป็นการเตรียมพร้อมรับมือและสร้างองค์ความรู้ในการรับมือกับแผ่นดินไหวอย่างปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชน ตนจึงขอเน้นย้ำให้จังหวัด
โดยเฉพาะจังหวัดใน พื้นที่เสี่ยงแผ่นดินไหว ทั้ง 23 จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์การเกิด แผ่นดินไหว จาก กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอย่างใกล้ชิด และเตรียมความพร้อมเครื่องมือ อุปกรณ์ เครื่องจักรกลสาธารณภัย เจ้าหน้าที่ให้พร้อมปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง
รวมถึงกำชับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของอาคาร ป้ายโฆษณา สิ่งก่อสร้าง เขื่อนขนาดเล็ก/ฝาย/คันกั้นน้ำ หากพบว่าไม่ปลอดภัยหรือชำรุดให้แจ้งผู้รับผิดชอบ ปรับปรุงแก้ไขให้เกิดความปลอดภัยทันที ตลอดจนปรับปรุงแผนเผชิญเหตุภัยแผ่นดินไหวของจังหวัดให้เป็นปัจจุบัน โดยเฉพาะการปรับปรุงพื้นที่เสี่ยง พื้นที่คาดว่าได้รับผลกระทบ รายชื่อกลุ่มเปราะบาง รายการเครื่องไม้เครื่องมือเครื่องจักรกล แผนอพยพ ศูนย์พักพิงชั่วคราว และให้ซักซ้อมแผนร่วมกันกับทุกภาคส่วนและเครือข่ายภาคประชาชน
นอกจากนี้ ให้จังหวัดดำเนินการแจ้งหน่วยงาน สถานศึกษา โรงเรียน มหาวิทยาลัย โรงพยาบาล ผู้ประกอบการหรือภาคเอกชนในพื้นที่ที่มีอาคารสูง ให้หมั่นฝึกซ้อมขั้นตอนกระบวนการในการอพยพจากอาคารเป็นประจำ และที่สำคัญ คือ การรณรงค์ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้ประชาชนทราบเกี่ยวกับการป้องกันและวิธีการปฏิบัติตนอย่างปลอดภัยเมื่อเกิดเหตุแผ่นดินไหวขึ้น โดยยึดหลัก 'หมอบ - ป้อง - เกาะ' อย่างถูกวิธีเพื่อให้ประชาชนสามารถปฏิบัติตามได้อย่างปลอดภัย
ด้าน นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (อธิบดี ปภ.) กล่าวว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งกรมอุตุนิยมวิทยา กรมทรัพยากรธรณี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตาม และวิเคราะห์สถานการณ์ และทำการแจ้งเหตุแผ่นดินไหวไปยังประชาชนผ่านทุกช่องทาง ทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ อาทิ แอปพลิเคชัน 'Thai Disaster Alert' ช่องทาง Social Media ไม่ว่าจะเป็น Website Facebook หรือ X (ทวิตเตอร์)
รวมทั้งแจ้งเหตุผ่านระบบ Cell Broadcast เมื่อเกิดแผ่นดินไหวบนบกในประเทศ ตั้งแต่ขนาด 4.0 ขึ้นไป และเมื่อเกิดแผ่นดินไหวบนบกในเขตเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งแต่ขนาด 6.0 ขึ้นไป และเมื่อเกิดแผ่นดินไหวในทะเลอันดามัน ตั้งแต่ขนาด 7.0 ขึ้นไป โดยกรมอุตุนิยมวิทยาจะเป็นหน่วยงานที่ส่ง Cell Broadcast เป็นข้อความแรก (First Message) และหลังจากนั้น กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและกรทรัพยากรธรณี จะติดตามสถานการณ์เพื่อแจ้งข้อมูลให้กับประชาชนต่อไป ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานการปฏิบัติงาน (SOP) ที่ได้ร่วมกันกำหนดไว้
'เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือกับเหตุสาธารณภัยที่อาจจะเกิดขึ้น ขอให้จังหวัดเร่งสำรวจและตรวจสอบ ศูนย์พักพิงที่มีอยู่ในแต่ละพื้นที่ให้สามารถใช้รองรับผู้อพยพได้จริง รวมถึงวางแผนจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับผู้อพยพ ไม่ว่าจะเป็นการประกอบอาหาร การจัดเตรียมห้องน้ำ การจัดเตรียมอุปกรณ์ในการดูแลชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนให้มีความพร้อมรองรับการเข้าอยู่อาศัยของผู้อพยพ นอกจากนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอยู่ระหว่าง การพัฒนาแอปพลิเคชัน Thai Disaster Alert โดยจะรวมข้อมูลสาธารณภัยทุกประเภทและข้อมูลที่เกี่ยวข้องเข้าไว้ด้วยกันภายในแอปพลิเคชันเดียว เพื่อความสะดวกในการเข้าถึงข้อมูลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนที่จะสามารถรับทราบข้อมูลข่าวสารไปพร้อม ๆ กัน' อธิบดี ปภ. กล่าว





