กทม. อัปเกรด 74 แยก ติดระบบ AI คุมไฟจราจรเรียลไทม์ ลดเวลารอไฟแดงสูงสุด 41% เตรียมขยายผลเพิ่ม 50 จุดทั่วกรุงปี 69 แก้รถติดยั่งยืน
วันนี้ (2 มี.ค. 69) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการติดตั้งระบบสัญญาณไฟจราจร Adaptive Control ณ แยกถนนสุขุมวิท 71 (ปรีดี พนมยงค์) ชูเทคโนโลยี AI ประมวลผลปริมาณรถแบบ Real-time เผยผลลัพธ์น่าทึ่ง ช่วยลดความล่าช้าบนท้องถนนได้สูงสุดถึง 41% เตรียมขยายผลติดตั้งเพิ่มอีก 50 จุดทั่วกรุงในปีนี้
เทคโนโลยี Adaptive Control คืออะไร? ทำไมถึงช่วยแก้ปัญหารถติดได้
นายชัชชาติ ระบุว่า ปัจจุบันทางแยกในกรุงเทพฯ กว่า 80% ยังใช้ระบบ Fixed Time หรือการตั้งเวลาไฟเขียว-ไฟแดงแบบคงที่ ซึ่งไม่ตอบโจทย์ปริมาณรถที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา กทม. จึงนำระบบ Adaptive Control เข้ามาใช้ โดยมีกลไกการทำงานดังนี้:
- กล้อง CCTV อัจฉริยะ : ตรวจจับปริมาณรถในแต่ละเลนแบบเรียลไทม์
- อัลกอริทึมประมวลผล : คำนวณระยะเวลาไฟเขียวให้สอดคล้องกับจำนวนรถจริง
- ลด Lost Green Time : ป้องกันปัญหาไฟเขียวค้างทั้งที่ไม่มีรถวิ่ง
- ป้องกัน Gridlock : หากท้ายแถวหน้าแยกถัดไปเต็ม ระบบจะตัดไฟเขียวทันทีเพื่อไม่ให้รถจอดขวางทางแยก
"เทคโนโลยีไม่ใช่เครื่องมือวิเศษที่ทำให้รถหายติดทันที แต่เป็นเฟืองหลักที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางให้คนกรุงเทพฯ" — ชัชชาติ สิทธิพันธุ์
เปิดสถิติผลลัพธ์: แยกพระโขนงรอไม่ถึง 12 นาทีแล้ว!
จากการทดลองใช้งานระบบ Adaptive ใน 74 ทางแยกช่วงปี 2567–2568 พบว่าช่วยลดความล่าช้า (Delay) ได้เฉลี่ย 10–41% โดยมีจุดที่เห็นผลชัดเจน ได้แก่
- แยกสามเหลี่ยมดินแดง : ลดความล่าช้าได้สูงสุดถึง 41%
- แยกพระโขนง (ฝั่งพระราม 4) : จากเดิมที่ประชาชนต้องรอไฟแดงนานถึง 12 นาที ปัจจุบันเหลือเพียง 5–6 นาที เท่านั้น
นอกจากนี้ ระบบดังกล่าวยังช่วยลดพฤติกรรมการฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร เนื่องจากผู้ขับขี่รู้สึกถึงความสมเหตุสมผลในการปล่อยไฟที่เป็นธรรมมากขึ้น
แผนขยายผลปี 2569 : ติดตั้งเพิ่ม 50 จุดเชื่อมต่อโครงข่าย
สำหรับแผนการดำเนินงานในปี 2569 กทม. เตรียมติดตั้งระบบสมองกลนี้เพิ่มอีก 50 ทางแยก และมีแผนต่อเนื่องอีก 20 ทางแยกในอนาคต โดยเน้นจุดตัดสำคัญที่เชื่อมต่อกันเป็นโครงข่าย (Network) เพื่อให้การบริหารจัดการจราจรไหลลื่นแบบเป็นระบบ ไม่ใช่การแก้ปัญหาแค่จุดใดจุดหนึ่ง
ด้าน พล.ต.ต.ธวัช วงศ์สง่า รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ยืนยันว่าระบบนี้ช่วยลดภาระเจ้าหน้าที่ตำรวจในการยืนกดไฟ ทำให้สามารถไปโฟกัสงานบังคับใช้กฎหมายและดูแลจุดเสี่ยงอื่น ๆ ได้อย่างเต็มที่
สรุปแนวทางการสร้าง "เมืองเดินทางดี"
ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ย้ำทิ้งท้ายว่า การแก้จราจรต้องทำควบคู่กันหลายมิติ ทั้งการจัดระเบียบที่จอดรถ การพัฒนาขนส่งสาธารณะ และการใช้เทคโนโลยี เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย:
- ลดเวลาการเดินทาง
- ประหยัดพลังงาน
- ลดมลพิษ PM 2.5





