วันจันทร์ ที่ 2 มีนาคม 2569

Login
Login

เปิดหลักเกณฑ์ใหม่ เยียวยาน้ำท่วม-ภัยแล้ง ปรับเพิ่มวงเงินทุกด้าน

เปิดหลักเกณฑ์ใหม่ เยียวยาน้ำท่วม-ภัยแล้ง ปรับเพิ่มวงเงินทุกด้าน

ปภ. ดีเดย์ 6 มี.ค. 69 ใช้เกณฑ์เยียวยาใหม่! ปรับเพิ่มเงินช่วยเหลือน้ำท่วม-ภัยพิบัติทุกด้าน ซ่อมบ้านสูงสุด 8.8 หมื่นบาท พร้อมจ่ายผ่าน e-Payment ถึงมือไว เช็กสิทธิ์เลย

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ขานรับเกณฑ์ใหม่กระทรวงการคลัง ปรับเพิ่มวงเงินเยียวยาผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ปี 2569 ครอบคลุมทั้งค่าซ่อมบ้าน ค่าจัดการศพ และค่าดำรงชีพ เริ่มใช้บังคับ 6 มีนาคมนี้

สรุปการปรับเกณฑ์เยียวยาผู้ประสบภัย 2569

นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังได้แจ้งหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการใช้จ่าย "เงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2569" โดยเป็นการปรับปรุงจากระเบียบเดิมปี 2568 เพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน และช่วยให้ประชาชนได้รับเงินเยียวยาที่รวดเร็วและเป็นธรรมมากขึ้น

เช็กสิทธิ์! อัตราเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ (ปรับเพิ่มใหม่)

หัวใจสำคัญของหลักเกณฑ์ปี 2569 คือการเพิ่มวงเงินในด้านต่างๆ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ดังนี้

  • ค่าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ กรณีบาดเจ็บสาหัสที่ต้องรักษาในสถานพยาบาลติดต่อกันตั้งแต่ 3 วันขึ้นไป ให้จ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นเป็นเงิน 5,000 บาท (เดิม 4,000 บาท) กรณีบาดเจ็บจนถึงขั้นพิการไม่สามารถประกอบอาชีพตามปกติได้ ให้ช่วยเหลือเบื้องต้นเป็นเงิน 16,600 บาท (เดิม 13,300 บาท)
  • ค่าจัดการศพผู้เสียชีวิต รายละไม่เกิน 35,700 บาท (เดิม 29,700 บาท) และในกรณีผู้ประสบภัยที่เสียชีวิตเป็นหัวหน้าครอบครัวหรือเป็นผู้หารายได้เลี้ยงดูครอบครัวจะพิจารณาช่วยเหลือเงินสงเคราะห์ครอบครัวอีกไม่เกิน 35,700 บาท 
  • กรณีภัยพิบัติที่เป็นสาธารณภัยขนาดใหญ่หรือรุนแรงเป็นที่สะเทือนขวัญของประชาชนทั่วไป ให้จ่ายเงินและหรือสิ่งของปลอบขวัญ ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บที่รักษาตัวในสถานพยาบาล รายละไม่เกิน 2,600 บาท (เดิม 2,300 บาท)
  • ค่าวัสดุซ่อมแซมที่อยู่อาศัยประจำ ซึ่งผู้ประสบภัยพิบัติเป็นเจ้าของที่ได้รับความเสียหาย เท่าที่จ่ายจริงหลังละไม่เกิน 88,600 บาท (เดิม 49,500 บาท) ไม่รวมถึงบ้านเช่า
  • ค่าเครื่องมือประกอบอาชีพ และหรือเงินทุนสำหรับผู้ประสบภัยพิบัติ ที่เป็นอาชีพหลักในการหาเลี้ยงครอบครัวของผู้ประสบภัยพิบัติ เท่าที่จ่ายจริง ครอบครัวละไม่เกิน 13,500 บาท (เดิม 11,400 บาท)
  • ค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพเบื้องต้น กรณีที่อยู่อาศัยได้รับความเสียหายทั้งหลัง เท่าที่จ่ายจริงครอบครัวละไม่เกิน 4,900 บาท (เดิม 3,800 บาท) 
  • กรณีที่ผู้ประสบภัยพิบัติเช่าบ้านเรือนของผู้อื่น และบ้านเช่าเสียหายจากภัยพิบัติทั้งหลังหรือเสียหายบางส่วน จนอยู่อาศัยไม่ได้ ให้ช่วยเหลือเป็นค่าเช่าบ้านแก่ผู้ประสบภัยพิบัติ เท่าที่จ่ายจริงในอัตราครอบครัวละไม่เกินเดือนละ 2,500 บาท (เดิม 1,800 บาท) เป็นเวลาไม่เกิน 2 เดือน 
  • ค่าถุงยังชีพ ชุดละไม่เกิน 1,000 บาทต่อครอบครัว (เดิม 700  บาท)  และในกรณีที่ผู้ประสบภัยพิบัติเป็นเด็กอายุไม่เกิน 7 ปี คนพิการ และผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นกลุ่มที่อยู่ในระบบฐานข้อมูลของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ให้พิจารณาช่วยเหลือค่าถุงยังชีพเพิ่มเติมได้อีกชุดละไม่เกิน 1,000 บาทต่อคน

3 ไฮไลต์สำคัญของเกณฑ์เยียวยาใหม่

1. จ่ายเงินไวผ่านระบบ e-Payment : เพื่อความโปร่งใสและตรวจสอบได้ ปภ. เพิ่มช่องทางการจ่ายเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เช็ค หรือเงินสด เพื่อให้ถึงมือผู้ประสบภัยอย่างรวดเร็วที่สุด

2. ดูแลกลุ่มเปราะบางเป็นพิเศษ : สำหรับเด็กอายุไม่เกิน 7 ปี ผู้พิการ และผู้สูงอายุที่อยู่ในฐานข้อมูล พม. สามารถรับค่าถุงยังชีพเพิ่มเติมได้อีกไม่เกิน 1,000 บาทต่อคน

3. ครอบคลุมทุกมิติภัยพิบัติ : ไม่เพียงแต่ด้านการดำรงชีพ แต่ยังรวมถึงการฟื้นฟูอาชีพ การสาธารณสุข (เช่น ค่าเคมีภัณฑ์กำจัดเชื้อราหลังน้ำท่วม) และด้านการเกษตรที่ปรับให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน

"หลักเกณฑ์ใหม่นี้จะช่วยให้การเยียวยาประชาชนสะท้อนความเป็นจริงของค่าครองชีพมากขึ้น โดย ปภ. ได้เน้นย้ำให้หน่วยงานท้องถิ่นเร่งทำความเข้าใจเพื่อปฏิบัติให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน" — อธิบดี ปภ. กล่าว

ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากภัยพิบัติ สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนนิรภัย 1784 หรือช่องทางออนไลน์ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย