ตำรวจลุย 'เจ้าของบริษัท' พร้อมเมียหนีต่างประเทศ บุกจับหลานสาว ร่วมกันหลอกลวงผู้อื่นว่าสามารถหางาน ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนเหยื่ออื้อ
กรณีตำรวจลุย 'เจ้าของบริษัท' พร้อมเมียชาวจีน บุกจับหลานสาว คดีหลอกลวง ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนเหยื่ออื้อ
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) ได้ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย คือ นาย อ อายุ 44 ปี และ น.ส. ส อายุ 29 ปี ซึ่งมีความสัมพันธ์เป็นอา-หลานกัน ตามหมายจับของศาลอาญา ในความผิดฐาน
- ร่วมกันหลอกลวงผู้อื่นว่าสามารถหางาน หรือสามารถส่งไปฝึกงานในต่างประเทศได้ และโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งเงินหรือทรัพย์สิน
- ร่วมกันโฆษณาจัดหางานไม่เป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด
- ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน
- ร่วมกันโดยทุจริต นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ
โดยนาย อ ได้เข้ามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ที่ กก.5 บก.ปคม. กรุงเทพมหานคร
ส่วน น.ส. ส ถูกติดตามจับกุมตัวได้ที่บริเวณริมถนนสาธารณะ ต.วิชิต อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต
พฤติการณ์ในคดีนี้ เริ่มขึ้นเมื่อช่วงต้นปี 2565 กลุ่มผู้เสียหายได้พบเห็นโพสต์ประกาศรับสมัครงานในต่างประเทศผ่านทางเฟซบุ๊ก จึงเกิดความสนใจและได้ติดต่อไปยังบริษัทของผู้ต้องหา โดยได้รับการชักชวนให้ไปทำงานในตำแหน่ง “ฟิตเนสเทอราปิสต์” ซึ่งมีหน้าที่ดูแลกล้ามเนื้อให้กับนักมวยในฟิตเนสแห่งหนึ่งที่ประเทศจีน
ทั้งนี้ มีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายในการดำเนินการคนละประมาณ 150,000 บาท ซึ่งสามารถผ่อนชำระได้ กลุ่มผู้เสียหายหลงเชื่อในคำโฆษณาดังกล่าว จึงได้ทยอยผ่อนชำระเงินจนครบจำนวน
จากนั้น ผู้ต้องหาได้จัดโปรแกรมอบรมขึ้นที่ จ.กระบี่ และ จ.ภูเก็ต เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ แต่ภายหลังจากการอบรมเสร็จสิ้น กลุ่มผู้เสียหายกลับไม่ได้รับการส่งตัวไปทำงานที่ประเทศจีนตามที่ได้ตกลงกันไว้ มีเพียงการพาไปดูงานที่ฟิตเนสในประเทศจีนเป็นระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้น
เมื่อผู้เสียหายพยายามทวงถามถึงกำหนดการเดินทางไปทำงาน หรือขอเงินค่าดำเนินการคืน ก็ถูกบ่ายเบี่ยงและไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน ทำให้เชื่อว่าตนเองถูกหลอกลวง
จึงได้รวมตัวกันเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) ให้ดำเนินคดีกับนาย อ, ภรรยาชาวจีน และ น.ส. ส ซึ่งเป็นหลานสาว ในข้อหาร่วมกันเปิดบริษัทหลอกลวงประชาชน
ต่อมาพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานและขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับผู้ต้องหาทั้งสามราย โดยนาย อ ได้ติดต่อขอเข้ามอบตัวในภายหลัง ส่วนภรรยาได้หลบหนีออกนอกประเทศไปแล้ว
ขณะที่เจ้าหน้าที่ได้สืบสวนติดตามจนสามารถจับกุมตัว น.ส. ส ได้ในที่สุด ก่อนนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปคม. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งสองให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา
การปฏิบัติภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ปคม., พ.ต.อ.อลงกต คชแก้ว ผกก.5 บก.ปคม. สั่งการให้ พ.ต.ท.นัฐพล ดาวเวียง สว.กก.5 บก.ปคม. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ปคม. ดำเนินการ
อ้างอิง บช.ก.





