ฟันบริษัทฉาวเชียงใหม่! ตำรวจบุกจับสาวแสบกรรมการผู้จัดการ ทำแอปปล่อยเงินกู้คิดดอกเบี้ยโหด พบเงินหมุนเวียนกว่า 42 ล้าน
กรณี จนท.ฟันบริษัทฉาวเชียงใหม่! ตำรวจบุกจับสาวแสบ กรรมการผู้จัดการ ทำแอปปล่อยเงินกู้ ดอกเบี้ยโหด พบเงินหมุนเวียนกว่า 42 ล้าน
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ร่วมกันจับกุม นางสาว ณ อายุ 25 ปี ตามหมายจับศาลอาญา ในความผิดฐาน
- ร่วมกันประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต
- ร่วมกันเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด
- ร่วมกันทวงถามหนี้ในลักษณะข่มขู่ ใช้ความรุนแรง หรือทำให้เกิดความเสียหายแก่ร่างกาย ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของลูกหนี้
- ร่วมกันทวงถามหนี้โดยใช้วาจาดูหมิ่น
- ร่วมกันเปิดเผยข้อมูลความเป็นหนี้ของลูกหนี้ให้แก่ผู้อื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง
สามารถจับกุมได้ที่บริเวณโครงการ CHOC ถนนมหิดล ตำบลหายยา อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่
พฤติการณ์สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายได้เข้ามาร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ. กรณีถูกแอปพลิเคชันเงินกู้เถื่อน ซึ่งโฆษณาชวนเชื่อผ่านช่องทางออนไลน์ว่า อนุมัติสินเชื่อได้ง่ายและรวดเร็ว แต่กลับมีการเรียกเก็บดอกเบี้ยในอัตราที่สูงเกินกฎหมายกำหนดอย่างมหาศาล และยังมีพฤติการณ์ข่มขู่คุกคามผู้กู้จนได้รับความเดือดร้อน
จากการสืบสวนพบว่า เมื่อผู้เสียหายสมัครใช้บริการ แอปพลิเคชันจะบังคับให้ผู้กู้ยินยอมให้เข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลในโทรศัพท์มือถือ เช่น รูปภาพ และรายชื่อผู้ติดต่อทั้งหมด หากไม่ยินยอมก็จะไม่ได้รับอนุมัติเงินกู้
โดยกำหนดให้ชำระคืนทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยภายใน 4 วัน คิดเป็นอัตราดอกเบี้ยสูงถึงร้อยละ 7,467.90 ต่อปี
นอกจากนี้ยังมีการทวงถามหนี้อย่างโหดเหี้ยมผ่านทางโทรศัพท์และแอปพลิเคชันไลน์ โดยจะโทรศัพท์ไปหาบุคคลตามรายชื่อผู้ติดต่อของผู้เสียหาย ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ข่มขู่ คุกคาม และนำรูปภาพของผู้เสียหายไปโพสต์ประจานในสื่อสังคมออนไลน์เพื่อสร้างความอับอาย
ซึ่งก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ได้เคยเปิดปฏิบัติการทลายเครือข่ายแอปพลิเคชันเงินกู้เถื่อนนี้ และจับกุมผู้ต้องหาซึ่งเป็นนายทุนชาวจีนกับพวกรวม 10 คนไปแล้ว
ต่อมาจากการขยายผลเพิ่มเติมพบว่าแอปพลิเคชันนี้ใช้บัญชีธนาคารของ บริษัทจำกัด ที่มีเงินหมุนเวียนกว่า 42 ล้านบาท ในการรับโอนเงินจากผู้เสียหาย
โดยมีนางสาว ณ ผู้ต้องหา เป็นผู้จดทะเบียนจัดตั้งและเป็นกรรมการบริษัท อีกทั้งยังเป็นผู้เปิดบัญชีธนาคารของบริษัทนี้ให้กับกลุ่มนายทุนชาวจีนเพื่อใช้ในการกระทำความผิด
เจ้าหน้าที่จึงได้ติดตามจับกุมตัวนางสาว ณ ขณะหลบหนีไปทำงานที่จังหวัดเชียงใหม่ และนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
เบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา อ้างว่ามีคนว่าจ้างให้ไปจดทะเบียนบริษัทและเปิดบัญชีธนาคารเท่านั้น โดยไม่ทราบรายละเอียดว่าบริษัทประกอบกิจการอะไร
การปฏิบัติภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก. บก.ปอศ., พ.ต.อ.กริช วรทัต ผกก.5 บก.ปอศ. สั่งการให้ พ.ต.ท.ณัฐดนัย บำรุงศิลป์ สว.กก.5 บก.ปอศ. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ปอศ. ดำเนินการ





