ไขข้อสงสัย กรมที่ดิน ตอบชัด การรับมรดกที่ดิน มีวันหมดอายุความหรือไม่ กรณีโฉนดที่ดินยังเป็นชื่อแม่ แต่เสียชีวิตแล้ว ลูกต้องรีบโอนมรดกหรือไม่?
“กรมที่ดิน” ไขข้อสงสัย ตอบชัด การรับมรดกที่ดิน มีวันหมดอายุความหรือไม่ กรณีโฉนดที่ดินยังเป็นชื่อแม่ แต่เสียชีวิตแล้ว ลูกต้องรีบโอนมรดกหรือไม่?
เมื่อบุคคลอันเป็นที่รักจากไป หนึ่งในคำถามสำคัญที่ทายาทหลายครอบครัวกังวล คือเรื่อง “ทรัพย์สิน” โดยเฉพาะโฉนดที่ดินซึ่งยังคงเป็นชื่อของผู้เสียชีวิต หลายคนสงสัยว่า หากยังไม่ได้ไปดำเนินการรับโอนมรดก จะมีผลอย่างไร และการรับมรดกนั้น “มีอายุความ” หรือไม่
คำตอบคือ กฎหมายไม่ได้กำหนดระยะเวลาในการขอรับมรดกของทายาทไว้โดยตรง กล่าวคือ ทายาทสามารถยื่นขอจดทะเบียนรับมรดกได้ แม้จะผ่านระยะเวลามาพอสมควรแล้วก็ตาม สิทธิในการเป็นทายาทไม่ได้หมดไปเพียงเพราะยังไม่ได้ดำเนินการทันที
อย่างไรก็ตาม แม้กฎหมายจะไม่กำหนดเส้นตายในการรับมรดก แต่ในทางปฏิบัติ หากยังไม่ได้จดทะเบียนรับมรดกให้ปรากฏหลักฐานที่สำนักงานที่ดิน ทายาทจะยังไม่สามารถดำเนินนิติกรรมเกี่ยวกับที่ดินแปลงนั้นได้ เช่น การขาย การให้ การจำนอง หรือการทำนิติกรรมอื่นใด เนื่องจากชื่อในโฉนดยังเป็นของผู้เสียชีวิต การดำเนินการใด ๆ จึงต้องเริ่มจากการจดทะเบียนรับมรดกให้ถูกต้องเสียก่อน
การจดทะเบียนรับมรดกไม่เพียงเป็นการแสดงสิทธิอย่างชัดเจนตามกฎหมาย แต่ยังช่วยป้องกันปัญหาข้อพิพาทในอนาคต โดยเฉพาะกรณีที่มีทายาทหลายคน หรือมีผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่าย การดำเนินการให้เรียบร้อยตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้การจัดการทรัพย์สินเป็นไปอย่างราบรื่น โปร่งใส และตรวจสอบได้
เอกสารที่ใช้ประกอบการจดทะเบียนรับมรดกโดยทั่วไป ได้แก่
- โฉนดที่ดินฉบับจริง
- ใบมรณบัตรของเจ้าของเดิม
- เอกสารแสดงความเป็นทายาท เช่น ทะเบียนบ้าน สูติบัตร หรือพินัยกรรม (ถ้ามี)
- บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง(ของผู้เกี่ยวข้อง)
ทั้งนี้ ขั้นตอนและเอกสารอาจแตกต่างกันไปตามข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี หากมีข้อสงสัยควรสอบถามสำนักงานที่ดินโดยตรง เพื่อให้ได้รับคำแนะนำที่ถูกต้องครบถ้วน
ทรัพย์สินที่ดินมีมูลค่าและความสำคัญต่อครอบครัว การดำเนินการทางกฎหมายให้ถูกต้องจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม แม้การรับมรดกจะไม่มีการกำหนดอายุความไว้โดยเฉพาะ แต่การจดทะเบียนรับมรดกให้เรียบร้อยโดยเร็ว ย่อมช่วยให้ทายาทสามารถใช้สิทธิในทรัพย์สินได้อย่างสมบูรณ์ และลดความยุ่งยากในอนาคต
หากต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อสำนักงานที่ดินในพื้นที่ หรือโทรศัพท์สอบถามข้อมูลได้ที่สายด่วนกรมที่ดิน โทร 0 2141 5555 เพื่อรับคำปรึกษาอย่างถูกต้องและเป็นทางการ





