วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

หลอกโอนเงิน 5 ล้าน จับสแกมเมอร์ทำธุรกิจอุปกรณ์เสริมสวยบังหน้า

หลอกโอนเงิน 5 ล้าน จับสแกมเมอร์ทำธุรกิจอุปกรณ์เสริมสวยบังหน้า

ร่วมกันฉ้อโกง หลอกโอนเงิน 5 ล้าน จับสแกมเมอร์ทำธุรกิจอุปกรณ์เสริมสวยบังหน้า

กรณีร่วมกันฉ้อโกง หลอกโอนเงิน 5 ล้าน จับสแกมเมอร์ ทำธุรกิจอุปกรณ์เสริมสวยบังหน้า

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) รวบเครือข่ายสแกมเมอร์จีนเทา เปิดธุรกิจจำหน่ายอุปกรณ์เสริมสวยบังหน้า หลอกผู้เสียหายโอนเงิน ความเสียหายกว่า 5 ล้านบาท

ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) ได้ร่วมกันจับกุม นางสาว ภ อายุ 32 ปี ตามหมายจับของศาลอาญากรุงเทพใต้ ในความผิดฐาน

  • ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น
  • ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ และเปิดหรือยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก (บัญชีม้า)

สามารถเข้าจับกุมได้ที่ร้านจำหน่ายอุปกรณ์เสริมสวยใน ต.ตำนาน อ.เมือง จ.พัทลุง

พฤติการณ์คือ ผู้ต้องหารายนี้เป็นส่วนหนึ่งของขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวจีน โดยขบวนการดังกล่าวได้โทรศัพท์ไปหลอกลวงผู้เสียหาย โดยอ้างตนว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI)

และสร้างเรื่องว่าผู้เสียหายมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงินครั้งใหญ่ จำเป็นต้องโอนเงินทั้งหมดที่มีในบัญชีมาให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ

ด้วยความกลัว ผู้เสียหายจึงหลงเชื่อและได้โอนเงินไปให้แก่มิจฉาชีพจำนวน 2 ครั้ง รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 5,259,231 บาท

จากนั้นเงินของผู้เสียหายได้ถูกโอนต่อไปยังบัญชีธนาคารแถวที่ 2 ซึ่งเป็นบัญชีผู้ต้องหา ได้ไปดำเนินการเปิดไว้ในนามนิติบุคคล คือ ห้างหุ้นส่วนจำกัด เรนิดา 1167 โดยมีตนเองเป็นผู้มีอำนาจลงนามในการสั่งจ่ายหรือเบิกถอนเงินแต่เพียงผู้เดียว ซึ่งมีเงินจากผู้เสียหายโอนเข้ามาในบัญชีนี้รวมกว่า 1,075,673 บาท ก่อนที่ผู้ต้องหาจะทำการโอนเงินดังกล่าวต่อไปยังบัญชีของเครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์ชาวจีนในต่างประเทศ จากการสืบสวนเพิ่มเติมยังพบว่าผู้ต้องหาได้เปิดร้านจำหน่ายอุปกรณ์เสริมสวยในพื้นที่ จ.พัทลุง เพื่อใช้เป็นฉากบังหน้าและเป็นแหล่งฟอกเงินที่ได้มาจากการกระทำความผิด

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายค้นจากศาลจังหวัดพัทลุง และได้นำกำลังเข้าทำการตรวจค้นจับกุมผู้ต้องหาได้ที่ร้านดังกล่าว

จากการตรวจค้นพบของกลางเป็นสมุดบัญชีธนาคารต่างๆ ที่อยู่ในความครอบครองของผู้ต้องหาอีกหลายเล่ม ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าบางบัญชีมีความเชื่อมโยงกับคดีฉ้อโกงออนไลน์คดีอื่นๆ ด้วย เจ้าหน้าที่จึงได้ยึดไว้เป็นของกลางและนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

การปฏิบัติภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.เอนก เตาสุภาพ ผบก.ปทส., พ.ต.อ.อภิสัณฐ์ ไชยรัตน์ ผกก.5 บก.ปทส. สั่งการให้ พ.ต.ท.อภิชาติ พรหมมนตรี สว.กก.5 บก.ปทส. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ปทส. ดำเนินการ