วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

อัปเดต 'ทนายตั้ม' สรุปคดี ศาลแพ่งสั่งคืนทรัพย์ให้คดีฉ้อโกง

อัปเดต 'ทนายตั้ม' สรุปคดี ศาลแพ่งสั่งคืนทรัพย์ให้คดีฉ้อโกง

เช็กอัปเดต 'ทนายตั้ม' สรุปคดี ศาลแพ่งสั่งคืนทรัพย์ให้คดีฉ้อโกง

สื่อศาล สรุปคดี ศาลแพ่ง สั่ง คืนทรัพย์ ให้ทนายตั้ม คดีฉ้อโกง

1. ผู้ร้องมีภาระหน้าที่ในการนำพยานหลักฐานมาไต่สวนจนมีน้ำหนักให้รับฟังได้ว่าผู้คัดค้านที่ 1 กระทำความผิดมูลฐานตามคำร้องจริง หรือมีความผิดมูลฐานตามคำร้องเกิดขึ้นจริง

อัปเดต 'ทนายตั้ม' สรุปคดี ศาลแพ่งสั่งคืนทรัพย์ให้คดีฉ้อโกง

2. ผู้ร้องมีพันตำรวจตรีธนภัทร กังรวมบุตร ตำแหน่งนักสืบสวนสอบสวนชำนาญการ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เข้าไต่สวนเป็นพยานเพียงปากเดียว แต่พยานปากนี้ไม่ใช่ประจักษ์พยาน พยานบอกเล่า หรือพยานแวดล้อมที่รู้เห็นเกี่ยวข้องกับพฤติการณ์ในการกระทำความผิดมูลฐานตามคำร้อง คงเป็นเพียงผู้รวบรวมเอกสารหลักฐานที่ได้รับจากเจ้าพนักงานตำรวจในชั้นสอบสวน

ข้อเท็จจริง ที่เบิกความมาจึงเป็นเพียงการสรุปความจากเอกสารในชั้นสอบสวนที่ได้รับมาจากเจ้าพนักงานตำรวจ มิใช่เป็นผู้สืบสวนและสอบสวนด้วยตัวเอง แม้ทางนำสืบของผู้ร้องจะอ้างว่ามีการดำเนินคดีอาญากับผู้คัดค้านทั้งสองในความผิดฐานฉ้อโกงและฐานฟอกเงินจนกระทั่งศาลออกหมายจับผู้คัดค้านทั้งสอง จากนั้นพนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องผู้คัดค้านทั้งสองในข้อหาดังกล่าวแล้วก็ตาม แต่จะให้รับเป็นที่ยุติทันทีว่าผู้คัดค้านทั้งสองกระทำความผิดมูลฐานแล้วหาได้ไม่ เนื่องจากผู้คัดค้านทั้งสองให้การปฏิเสธมาโดยตลอด และการสอบสวนดำเนินคดีในชั้นสอบสวนดังกล่าวกระทำการโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐแต่เพียงฝ่ายเดียว โดยไม่ปรากฏว่าก่อนที่จะดำเนินการยื่นคำร้องขอออกหมายจับ หรือก่อนพนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องนั้น ได้เปิดโอกาสให้ผู้คัดค้านทั้งสองหรือผู้ถูกกล่าวหาอื่น ๆ โต้แย้งคัดค้านหรือได้รับพยานหลักฐานจากฝ่ายผู้คัดค้านทั้งสองครบถ้วนแล้ว ซึ่งแตกต่างจากการดำเนินกระบวนพิจารณาในชั้นศาลที่กฎหมายเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้มีโอกาสโต้แย้งคัดค้านหรือให้นำพยานหลักฐานมาแสดงหักล้างข้ออ้างหรือข้อกล่าวหาของอีกฝ่ายหนึ่ง ศาลจึงไม่อาจรับฟังเพียงแต่พยานเอกสารในชั้นสอบสวนซึ่งไม่มีบุคคลผู้เกี่ยวข้องในการจัดทำพยานเอกสารมาเบิกความรับรองไปฝ่ายเดียวได้

3. ผู้ร้องไม่นำนางสาวจตุพร อุบลเลิศ ผู้เสียหายซึ่งเป็นประจักษ์พยานมาเบิกความเป็นพยานเพื่อให้ยืนยันข้อเท็จจริงต่อศาล หรือนำพนักงานสอบสวนผู้สอบปากคำมาเบิกความรับรองคำให้การชั้นสอบสวนของนางสาวจตุพรและพยานเอกสารในชั้นสอบสวนต่อศาล เพื่อให้มีน้ำหนักมากกว่าพยานเอกสารซึ่งผู้ร้องอ้างรวมส่งศาลไว้พร้อมกับพยานเอกสารอื่น ๆ

อัปเดต 'ทนายตั้ม' สรุปคดี ศาลแพ่งสั่งคืนทรัพย์ให้คดีฉ้อโกง

4. ผู้คัดค้านนำสืบนำสืบว่าผู้คัดค้านที่ 1 ไม่เคยชักชวนหรือหลอกลวงให้นางสาวจตุพรร่วมลงทุนทำแอฟพลิเคชันซื้อขายสลากกินแบ่งรัฐบาลในประเทศไทย ส่วนเงินจำนวน 71,076,764.70 บาท นั้น นางสาวจตุพรส่งมอบให้แก่ผู้คัดค้านที่ 1 โดยเสน่หาและด้วยความสมัครใจเพื่อต้องการช่วยเหลือผู้คัดค้านที่ 1 และครอบครัวด้วยความรักใคร่ชอบพอเป็นการส่วนตัว ผู้คัดค้านทั้งสองจึงมิได้กระทำความผิดฐานฉ้อโกงนางสาวจตุพรอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ พร้อมอ้างข้อความการสนทนาทางแอปพลิเคชันไลน์ระหว่างนางสาวจตุพรกับผู้คัดค้านที่ 1 และนางสาวปัทมพร แสงฤทธิ์ คนสนิทของนางสาวจตุพรเป็นพยานสนับสนุนคำคัดค้านและทางนำสืบ ส่วนผู้ร้องมิได้นำสืบหักล้างหรือถามค้านให้เห็นเป็นอย่างอื่น

5. พยานผู้ร้องปากพันตำรวจตรีธนภัทรเพียงปากเดียวจึงยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอให้รับฟังข้อเท็จจริงจนเป็นที่ยุติได้ว่า พฤติการณ์ของผู้คัดค้านทั้งสองตามคำร้องและทางนำสืบของผู้ร้องครบองค์ประกอบความผิดฐานฉ้อโกงอันเป็นปกติธุระซึ่งเป็นความผิดมูลฐาน

6. อีกทั้ง การร้องขอให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินตามพระราชบัญญัติป้องกันและปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 ของผู้ร้องเป็นมาตรการในทางแพ่งเพื่อดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สิน เป็นคนละส่วนกับการดำเนินการทางอาญา มิใช่คดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา จึงไม่ผูกพันในคดีอาญา