เตือนภัย "แชทเดียวเงินหายเกลี้ยง" อัปเดตล่าสุด มิจฉาชีพยุคใหม่ไม่ขโมยรหัส ตำรวจไซเบอร์ชี้แต่หลอกให้กดคลิกเอง
กรุงเทพธุรกิจ เตือนภัย "แชทเดียวเงินหายเกลี้ยง" อัปเดตล่าสุด มิจฉาชีพยุคใหม่ไม่ขโมยรหัส ตำรวจไซเบอร์ ชี้แต่หลอกให้กดเอง
จากสถานการณ์อาชญากรรมออนไลน์ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดทาง กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) หรือ ตำรวจไซเบอร์ ได้ออกประกาศเตือนภัยเร่งด่วนเกี่ยวกับพฤติการณ์ใหม่ของมิจฉาชีพ ที่ใช้เพียงการ "แชท" ก็สามารถดูดเงินหมดบัญชีได้ โดยไม่ต้องใช้การแฮกข้อมูลหรือขโมยรหัสผ่านแบบเดิม ๆ
กลโกงมิจฉาชีพ: หลอกให้ "กด" จนหมดตัว
มิจฉาชีพยุคใหม่เน้นการทำจิตวิทยาหลอกล่อให้เหยื่อดำเนินการด้วยตัวเอง โดยมีขั้นตอนที่พบบ่อยดังนี้:
- อ้างเป็นเจ้าหน้าที่: มักทักแชทมาโดยแอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากบริษัทขนส่ง, ฝ่ายเทคนิคของระบบ หรือฝ่ายช่วยเหลือลูกค้า
- ส่งลิงก์อันตราย: มีการส่งลิงก์ให้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันปลอม หรือให้ทำตามขั้นตอนที่กำหนดในแอป
- หลอกเปลี่ยนภาษา: หนึ่งในสัญญาณอันตรายคือการหลอกให้ผู้ใช้ "เปลี่ยนภาษา" ในแอปพลิเคชัน หรือกด "อนุญาต" (Allow) เข้าถึงสิทธิ์ต่างๆ ของเครื่อง
- โอนเงินด้วยตัวเอง: เมื่อเหยื่อหลงเชื่อกดตามขั้นตอน มิจฉาชีพจะสามารถควบคุมเครื่องระยะไกล หรือทำให้เหยื่อกดโอนเงินออกไปโดยไม่รู้ตัว
เช็กก่อนเชื่อ! 4 วิธีป้องกันเงินหายจากบัญชี
เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน ควรยึดหลักปฏิบัติ "ไม่เชื่อ ไม่รีบ ไม่โอน" ดังนี้:
- ฝ่ายเทคนิคจริง จะไม่มีการทักแชทมาหาลูกค้าก่อนในลักษณะส่วนตัว
- ลิงก์แปลกปลอม ห้ามกดลิงก์ที่อ้างเรื่องเงินคืน หรือระบบมีปัญหาเด็ดขาด
- การเปลี่ยนภาษา หากถูกสั่งให้เปลี่ยนภาษาแอปเป็นภาษาที่ไม่คุ้นเคย ให้สงสัยว่าเป็นมิจฉาชีพ
- การทำตามคำสั่ง ห้ามกดตกลง หรืออนุญาตสิทธิ์การเข้าถึงเครื่องตามที่คนแปลกหน้าบอก





