วันจันทร์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

คนขับแอปฯ เร่งจด รย.17 ก่อน 28 ก.พ. 69 ฝ่าฝืนปรับหนัก-สั่งระงับ

คนขับแอปฯ เร่งจด รย.17 ก่อน 28 ก.พ. 69 ฝ่าฝืนปรับหนัก-สั่งระงับ

คนขับแอปฯ ต้องจดทะเบียนรถ รย.17 ให้เสร็จภายใน 28 ก.พ. 69 และเปลี่ยนเป็นรถสาธารณะมีนาคมนี้ ก่อนบังคับใช้จริง 31 มี.ค. ฝ่าฝืนปรับ 2,000 และเสี่ยงโดนระงับแอป

วันนี้ (23 ก.พ.69) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยความคืบหน้าการจัดระเบียบ Ride Sharing ในไทย กำชับผู้ขับขี่รถยนต์ผ่านแอปพลิเคชันต้องจดทะเบียนเป็นรถสาธารณะให้ถูกต้องตามกฎหมายภายในสิ้นเดือนกุมภาพันธ์นี้ เพื่อยกระดับความปลอดภัยและมาตรฐานการขนส่งไทย

สรุปกำหนดการสำคัญที่คนขับแอปฯ ต้องรู้

เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบขนส่งสาธารณะเป็นไปอย่างราบรื่น รัฐบาลได้วางโครงสร้างเวลาไว้ ดังนี้

  • ภายใน 28 กุมภาพันธ์ 2569 : กำหนดเส้นตายการจดทะเบียนรถประเภท รย.17/18 กับกรมการขนส่งทางบก
  • 1 – 30 มีนาคม 2569 : ช่วงเวลาสำหรับเปลี่ยนสถานะรถเป็นรถสาธารณะให้ครบถ้วน
  • 31 มีนาคม 2569 : ประกาศ Ride Sharing Platform เริ่มมีผลบังคับใช้จริง

ETDA เผยระบบ Driver Verify ยอดลงทะเบียนพุ่ง

ขณะนี้สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ได้เปิดระบบ Driver Verify เพื่อคัดกรองและตรวจสอบความถูกต้องของผู้ขับขี่ โดยล่าสุดมีผู้เข้าสู่ระบบแล้วกว่า 34,434 ราย ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีในการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชัน

"การจัดระเบียบครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องกฎหมาย แต่คือการสร้างความมั่นใจให้ผู้โดยสารด้วยระบบ GPS และการตรวจสอบประวัติที่ชัดเจน" — นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา กล่าว

เปิดบทลงโทษหากฝ่าฝืน (หลัง 31 มีนาคม 2569)

หากพ้นกำหนดเวลาดังกล่าวแล้วยังพบการกระทำผิด จะมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด ดังนี้

  • ใช้รถส่วนบุคคลรับผู้โดยสาร (ไม่จดทะเบียน) ปรับไม่เกิน 2,000 บาท
  • ขับรถสาธารณะโดยไม่มีใบอนุญาตขับขี่สาธารณะ ปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือ จำคุกไม่เกิน 1 เดือน
  • แพลตฟอร์มฝ่าฝืนข้อกำหนด อาจถูกสั่งระงับการดำเนินธุรกิจได้

ประโยชน์ต่อผู้ขับขี่และผู้โดยสาร

  • ผู้ขับขี่ : ประกอบอาชีพได้อย่างมั่นใจ ไม่ต้องกังวลเรื่องการถูกจับกุม และได้รับสิทธิตามกฎหมายรถสาธารณะ
  • ผู้โดยสาร : มั่นใจในความปลอดภัย มีระบบติดตามตำแหน่ง (GPS) ตรวจสอบประวัติคนขับได้ และมีช่องทางการร้องเรียนที่เป็นรูปธรรม

รัฐบาลเชื่อมั่นว่าการยกระดับครั้งนี้จะช่วยสร้างความเป็นธรรมให้กับทุกฝ่าย และทำให้บริการ Ride Sharing ในประเทศไทยเติบโตได้อย่างยั่งยืนและปลอดภัยระดับสากล