วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

"อัจฉรา" แนะ "รัฐ" ยกเครื่องสมาคมฌาปนกิจฯ ตั้งองค์กรอิสระกำกับ

"นักวิชาการธรรมศาสตร์" แนะ "รัฐ" ยกเครื่อง “สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์”  ตั้งองค์กรอิสระคุมเหมือนบริษัทประกัน พร้อมสร้างเครือข่ายถ่วงดุลตรวจสอบ

รศ. ดร.อัจฉรา ชลายนนาวิน คณบดีคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  กล่าวถึงกรณีที่ยุบเลิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ 10 แห่งในช่วงเวลาที่ผ่านมา ว่า มีความเป็นไปได้ที่สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์อื่น ซึ่งปัจจุบันเหลืออยู่ทั้งหมด 3,839 แห่ง จะยุบเลิกเป็นโดมิโน  เพราะปัจจัยขอความตื่นตระหนก หรือรู้สึกว่าไม่คุ้มค่าจนไม่ส่งเงินต่อ  รวมถึงประสิทธิภาพและความโปร่งใสในการบริหารจัดการกองทุนหรือเงินของสมาชิก และโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนแปลงไปจากอัตราเด็กเกิดน้อย และการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ อย่างไรก็ดีตนเชื่อว่าหากสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์อยู่ต่อไปได้จะเป็นผลดีต่อการจัดสวัสดิการชุมชนให้กับประชาชนที่ตกหล่อนจากสวัสดิการที่ซื้อด้วยเงินของตนเองหรือสวัสดิการที่รัฐบริการ ดังนั้นควรปรับรูปแบบการบริหารจัดการให้สอดรับกับสภาพสังคมและความเป็นจริง และทำให้โปร่งใส มีประสิทธิภาพ

รศ. ดร.อัจฉรา กล่าวต่อว่าสิ่งที่จะช่วยสร้างความเชื่อมั่น เพิ่มประสิทธิภาพและความโปร่งใสของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์  มีอย่างน้อย 2 ประเด็น คือ 1. ภาครัฐต้องตั้งองค์กรอิสระ เพื่อกำกับควบคุมการบริหารจัดการสมาคมให้มีมาตรฐาน และมีธรรมมาภิบาล ผ่านการออกกฎหมาย หรือประกาศ กำหนด ที่เหมือนกับกรณีของประกันชีวิตที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)  โดยองค์กรอิสระดังกล่าวต้องตรวจวัดสถานะและประสิทธิภาพการบริหารกองทุน หรือสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ พร้อมกับเปิดเผยข้อมูล  เพื่อให้สมาชิกได้รับรู้สถานะของกองทุน หรือคนที่จะเข้ามาเป็นสมาชิกได้มีความมั่นใจ รวมถึงหากมีระดับที่น่าเป็นห่วงก็มีการแนะนำในการดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย และมีประสิทธิภาพมากขึ้น เหมือนกับบริษัทประกันที่มีระดับ A หรือระดับ AA

นักวิชาการมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวต่อว่า 2. รัฐควรสนับสนุนให้เกิดการสร้างเครือข่ายระหว่างสมาคม หรือกองทุนในพื้นที่ เพื่อให้เกิดการประสานงานทรัพยากรกับเครือข่ายเพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกัน  และช่วยเพิ่มกลไกตรวจสอบและถ่วงดุลระหว่างกัน

“สำหรับสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ที่มีการสั่งยุบเลิกไป 10 แห่งตามข่าวนั้น ตามกฎหมายแล้วตัวเงินสามารถคืนให้กับสมาชิกได้ แต่ไม่ใช่ในรูปแบบการเฉลี่ยจ่ายให้ แต่จะเป็นการโอนให้กับสมาคม หรือกองทุนอื่นๆ เพื่อให้ดำเนินการต่อแทน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่สมาคมที่เป็นสมาชิกด้วยว่ามีการเก็บเงินแบบไหน เช่น เก็บเงินเฉพาะเมื่อมีผู้เสียชีวิตเป็นรายครั้งแบบไม่มีการกันเงินเอาไว้ กรณีนี้จะไม่สามารถรับเงินคืนได้ แต่ยังสามารถไปสมัครเป็นสมาชิกอื่นๆ ได้อยู่” รศ. ดร.อัจฉรา กล่าว