GISTDA เผยจุดความร้อนไทยพุ่ง 839 จุด! พบในป่าสงวนพุ่งอันดับหนึ่ง 253 จุด ตามด้วยป่าอนุรักษ์ ขณะที่เพื่อนบ้านกัมพูชา-เมียนมาวิกฤตนับพัน สั่งสมฝุ่นพิษข้ามพรมแดน
วันนี้ (22 ก.พ. 69) สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA รายงานสถานการณ์ไฟป่าและจุดความร้อน (Hotspot) ล่าสุด พบไทยยังน่าห่วง มีจุดความร้อนพุ่งสูงถึง 839 จุด โดยเฉพาะในพื้นที่ป่าไม้ ขณะที่เพื่อนบ้านอย่างกัมพูชาและเมียนมายังคงมีตัวเลขหลักพัน ส่งผลกระทบต่อปัญหาฝุ่นควันข้ามพรมแดน
เปิดสถิติจุดความร้อนในไทย : ป่าไม้คือเป้าหมายหลัก
จากการตรวจสอบข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ เอ็นพีพี (Suomi NPP) ด้วยระบบ VIIRS เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 พบว่าจุดความร้อนในประเทศไทยกระจายตัวอยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ ดังนี้
- พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ 253 จุด
- พื้นที่ป่าอนุรักษ์ 172 จุด
- พื้นที่เขต สปก. 171 จุด
- พื้นที่เกษตร 154 จุด
- พื้นที่ชุมชนและอื่น ๆ 83 จุด
- พื้นที่ริมทางหลวง 6 จุด
ข้อสังเกต : พื้นที่ป่าไม้ (รวมป่าสงวนและป่าอนุรักษ์) มียอดรวมจุดความร้อนสูงถึง 425 จุด หรือคิดเป็นกว่า 50% ของจุดความร้อนทั้งหมดในประเทศ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของปัญหาหมอกควันและฝุ่น PM 2.5 ในปัจจุบัน
สถานการณ์ประเทศเพื่อนบ้าน : กัมพูชา-เมียนมา ยังหนัก
ไม่เพียงแต่ในประเทศไทยเท่านั้น สถานการณ์ในภูมิภาคอาเซียนยังคงวิกฤต โดยพบจุดความร้อนจำนวนมากที่อาจส่งผลกระทบต่อค่าฝุ่นในไทยผ่านทิศทางลม:
- กัมพูชา 2,315 จุด
- เมียนมา 1,093 จุด
- ลาว 775 จุด
- เวียดนาม 435 จุด
- มาเลเซีย 5 จุด
สรุปและช่องทางการติดตาม
สถานการณ์ไฟป่าและจุดความร้อนในปี 2569 นี้ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในเขตป่าภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนจากปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก
ประชาชนสามารถติดตามสถานการณ์ จุดความร้อนแบบ Real-time และข้อมูลแผนที่เสี่ยงไฟป่าเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของ GISTDA (คลิก)





