ปภ. แจ้งเตือน 60 จังหวัด รวม กทม. รับมือพายุฤดูร้อน 23-25 ก.พ. 69 ระวังฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตก เช็กพื้นที่เสี่ยงและวิธีเตรียมพร้อมที่นี่" (141 ตัวอักษร)
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ออกประกาศแจ้งเตือน 60 จังหวัดทั่วไทย ทั้งภาคเหนือ อีสาน และกลาง รวมถึงกรุงเทพมหานคร เตรียมรับมือสถานการณ์ พายุฤดูร้อน ฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรง ในช่วงวันที่ 23 - 25 กุมภาพันธ์ 2569 ย้ำประชาชนเช็กสภาพบ้านเรือนและหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงอันตราย
สรุปพื้นที่เสี่ยงภัยพายุฤดูร้อน (23 - 25 ก.พ. 69)
จากการติดตามสภาพอากาศร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่ามวลอากาศเย็นจากจีนแผ่ลงมาปะทะกับอากาศร้อนในไทย ส่งผลให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนองและลูกเห็บตกบางแห่ง โดยมีพื้นที่เฝ้าระวังดังนี้:
- ภาคเหนือ : เฝ้าระวังทุกจังหวัด
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) : เฝ้าระวังทุกจังหวัด
- ภาคกลาง : ทุกจังหวัด (ยกเว้นเพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์)
- กรุงเทพมหานครและปริมณฑล : เฝ้าระวังทุกเขตพื้นที่
สาเหตุการเกิดพายุฤดูร้อนครั้งนี้
นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ระบุว่า พายุ ครั้งนี้เกิดจากปัจจัยทางสภาพอากาศที่สำคัญ คือ:
- มวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่ปกคลุมภาคอีสานและทะเลจีนใต้
- ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นเข้าปกคลุมไทยตอนบน
- คลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกเคลื่อนผ่านภาคเหนือ
- อากาศร้อนจัดในพื้นที่ประเทศไทยตอนบน ทำให้เกิดการปะทะกันของมวลอากาศจนกลายเป็นพายุฤดูร้อน
ข้อควรปฏิบัติและการเตรียมพร้อมสำหรับประชาชน
เพื่อความปลอดภัยจากลมกระโชกแรงและฟ้าผ่า ปภ. ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงดำเนินการ ดังนี้ :
- ตรวจสอบสิ่งปลูกสร้าง : ซ่อมแซมบ้านเรือนและหลังคาให้แข็งแรง
- หลีกเลี่ยงพื้นที่โล่งแจ้ง : ไม่ควรอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณา หรือสิ่งปลูกสร้างที่ไม่มั่นคงขณะเกิดพายุ
- ระวังอันตรายจากฟ้าผ่า : งดใช้โทรศัพท์มือถือหรือถือวัตถุที่เป็นสื่อนำไฟฟ้าในที่โล่ง
- เกษตรกร : ควรทำที่ค้ำยันต้นไม้หรือที่กำบังเพื่อป้องกันผลผลิตทางการเกษตรเสียหาย
ช่องทางการแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือ 24 ชั่วโมง
- แอปพลิเคชัน : "THAI DISASTER ALERT"
- Line ID : @1784DDPM
- สายด่วนนิรภัย : 1784
การเตรียมพร้อมของเจ้าหน้าที่
ปัจจุบัน ปภ. ได้ประสานงานไปยัง 60 จังหวัด และศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต ให้จัดเตรียม ชุดเคลื่อนที่เร็วและเครื่องจักรกลสาธารณภัย เข้าประจำจุดเสี่ยง เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ทันทีหากเกิดเหตุฉุกเฉิน





