อธิบดีกรมอุทยานฯ แถลงคืบหน้า 'คดีรุกป่าแม่ฮ่องสอน' แจ้งความอาญา 'อดีตหัวหน้าเขตฯ' พร้อมตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง
วันนี้ (20 กุมภาพันธ์ 2569) เวลา 10.00 น. นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช แถลงความคืบหน้ากรณีการดำเนินคดีกลุ่มขบวนการลักลอบตัดไม้และขุดเจาะถนนในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยระบุว่า กรมอุทยานฯ ได้ติดตามเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงเดือนกันยายน 2568 หลังได้รับรายงานจาก สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 สาขาแม่สะเรียง ว่ามีการลักลอบทำถนนลำลองขนาดกว้างประมาณ 3 เมตร ผ่านพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา เป็นระยะทาง 6.6 กิโลเมตร และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสาละวิน อีกประมาณ 1.2 กิโลเมตร
ซึ่งจากการเข้าตรวจสอบพื้นที่ พบไม้มีค่าถูกตัดโค่นรวมกว่า 329 ท่อน คิดเป็นปริมาตร 156.94 ลูกบาศก์เมตร เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการตรวจยึดและตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง จนนำไปสู่การตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงแก่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ทั้งหมด
อธิบดีกรมอุทยานฯ กล่าวต่อว่า สำหรับการดำเนินการลงโทษทางวินัยและอาญาเป็นไปตามข้อสั่งการโดยตรงของ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ให้จัดการอย่างเด็ดขาดไม่มีข้อยกเว้น โดยที่ผ่านมาได้สั่งโยกย้ายเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไปแล้วตั้งแต่เดือนธันวาคม 2568 และล่าสุดเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ได้มีคำสั่งโยกย้ายเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าในพื้นที่เพิ่มเติมอีก 2 รายที่มีส่วนพัวพัน
นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 สาขาแม่สะเรียง แจ้งความดำเนินคดีอาญากับ อดีตหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามตัวมาพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก หลังจากถูกสั่งย้ายมาประจำกรมฯ ก่อนหน้านี้
ในส่วนความคืบหน้าด้านคดี เนื่องจากพื้นที่เกิดเหตุอยู่ในเขตทุรกันดารห่างไกลชายแดน กรมอุทยานฯ จึงได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สืบสวนเชิงลึกร่วมกับตำรวจ เพื่อสนับสนุนการทำงานที่จำกัดด้านกำลังพล จนสามารถติดตามตรวจยึดรถไถและรถแบคโฮที่ใช้กระทำผิดได้สำเร็จ พร้อมทั้งเรียกตัวผู้ที่เกี่ยวข้องกับรถดังกล่าวมาสอบปากคำเรียบร้อยแล้ว
ทั้งนี้ จากการสืบสวนพบมูลเหตุจูงใจสำคัญว่า อดีตหัวหน้าเขตฯ มีพฤติการณ์หลอกลวงชาวบ้านว่ามีโครงการจัดทำถนนและได้รับงบประมาณมาแล้ว โดยขอให้ชาวบ้านสำรองเงินลงทุนดำเนินการไปก่อน ซึ่งกรมอุทยานฯ ยืนยันว่าไม่มีแผนงานหรืองบประมาณดังกล่าวจริง และเรื่องถูกเปิดโปงหลังจากชาวบ้านไม่ได้รับเงินจึงเข้าร้องเรียนต่อสำนักฯ แม่สะเรียง จนนำไปสู่การตรวจสอบพบความจริง
อย่างไรก็ตาม กรมอุทยานฯ กำลังเร่งขยายผลร่วมกับฝ่ายตำรวจและทหารเพื่อสืบสวนหาวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของการตัดถนนเส้นนี้ ที่ห่างจากแนวชายแดนเพียง 5 กิโลเมตร ว่ามีความเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ในทางลึกหรือกลุ่มขบวนการอื่นหรือไม่ โดยยืนยันว่าได้รับรายงานและคุยกับท่านรัฐมนตรีโดยตลอดตั้งแต่วันแรก และจะดำเนินการเอาผิดทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือปล่อยปละละเลยตามกฎหมายให้ถึงที่สุด





