วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

จุดความร้อนไทยพุ่ง 418 จุด ป่าสงวนฯ-พื้นที่เกษตรแชมป์เผาสูงสุด

จุดความร้อนไทยพุ่ง 418 จุด ป่าสงวนฯ-พื้นที่เกษตรแชมป์เผาสูงสุด

GISTDA เผยจุดความร้อนไทยพุ่ง 418 จุด พบป่าสงวนฯ-พื้นที่เกษตรเผาสูงสุด ด้านพม่าอ่วมทะลุ 3,000 จุด เฝ้าระวังฝุ่นพิษสะสมและควันข้ามพรมแดนใกล้ชิด!

สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) รายงานสถานการณ์ จุดความร้อน (Hotspot) ล่าสุดในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน พบตัวเลขที่น่าเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในพื้นที่ป่าและเขตเกษตรกรรม ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อ ปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ในปัจจุบัน

จุดความร้อนไทยพุ่ง 418 จุด ป่าสงวนฯ-พื้นที่เกษตรแชมป์เผาสูงสุด

เจาะลึกสถิติจุดความร้อนในไทย (ข้อมูลวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569)

จากการติดตามข้อมูลผ่านดาวเทียมซูโอมิ เอ็นพีพี (Suomi NPP) ด้วยระบบ VIIRS พบว่า จุดความร้อนไทย รวมทั้งสิ้น 418 จุด โดยแบ่งตามประเภทพื้นที่ได้ดังนี้:

  • พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ 118 จุด (พบมากที่สุด)
  • พื้นที่เกษตร 105 จุด
  • พื้นที่เขต สปก. 101 จุด
  • พื้นที่ป่าอนุรักษ์ 51 จุด
  • พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ 43 จุด

ข้อสังเกต : พื้นที่ป่าสงวนและพื้นที่เกษตรยังคงเป็นจุดยุทธศาสตร์หลักที่เกิดการเผาไหม้สูงสุด ซึ่งเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งเข้าตรวจสอบและระงับเหตุเพื่อลดควันไฟสะสม

สถานการณ์ประเทศเพื่อนบ้าน : พม่า-กัมพูชา ยังน่าห่วง

ในส่วนของจุดความร้อนในภูมิภาคอาเซียน พบว่าเพื่อนบ้านของไทยยังมีตัวเลขที่สูงกว่าอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อปัญหา "ฝุ่นควันข้ามพรมแดน" ได้แก่:

  • พม่า 3,094 จุด
  • กัมพูชา 1,450 จุด
  • ลาว 484 จุด
  • เวียดนาม 134 จุด
  • มาเลเซีย 8 จุด

สรุปและช่องทางการติดตาม

สถานการณ์ไฟป่า และจุดความร้อนเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ ค่าฝุ่น PM 2.5 พุ่งสูงขึ้น ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรสวมหน้ากากอนามัยและหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง

เช็กข้อมูลแบบ Real-time ได้ที่

ท่านสามารถติดตามรายละเอียดจุดความร้อนทั่วประเทศและข้อมูลจากดาวเทียมเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ GISTDA: disaster.gistda.or.th/fire