GISTDA เผยจุดความร้อนไทยพุ่ง 418 จุด พบป่าสงวนฯ-พื้นที่เกษตรเผาสูงสุด ด้านพม่าอ่วมทะลุ 3,000 จุด เฝ้าระวังฝุ่นพิษสะสมและควันข้ามพรมแดนใกล้ชิด!
สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) รายงานสถานการณ์ จุดความร้อน (Hotspot) ล่าสุดในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน พบตัวเลขที่น่าเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในพื้นที่ป่าและเขตเกษตรกรรม ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อ ปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ในปัจจุบัน
เจาะลึกสถิติจุดความร้อนในไทย (ข้อมูลวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569)
จากการติดตามข้อมูลผ่านดาวเทียมซูโอมิ เอ็นพีพี (Suomi NPP) ด้วยระบบ VIIRS พบว่า จุดความร้อนไทย รวมทั้งสิ้น 418 จุด โดยแบ่งตามประเภทพื้นที่ได้ดังนี้:
- พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ 118 จุด (พบมากที่สุด)
- พื้นที่เกษตร 105 จุด
- พื้นที่เขต สปก. 101 จุด
- พื้นที่ป่าอนุรักษ์ 51 จุด
- พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ 43 จุด
ข้อสังเกต : พื้นที่ป่าสงวนและพื้นที่เกษตรยังคงเป็นจุดยุทธศาสตร์หลักที่เกิดการเผาไหม้สูงสุด ซึ่งเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งเข้าตรวจสอบและระงับเหตุเพื่อลดควันไฟสะสม
สถานการณ์ประเทศเพื่อนบ้าน : พม่า-กัมพูชา ยังน่าห่วง
ในส่วนของจุดความร้อนในภูมิภาคอาเซียน พบว่าเพื่อนบ้านของไทยยังมีตัวเลขที่สูงกว่าอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อปัญหา "ฝุ่นควันข้ามพรมแดน" ได้แก่:
- พม่า 3,094 จุด
- กัมพูชา 1,450 จุด
- ลาว 484 จุด
- เวียดนาม 134 จุด
- มาเลเซีย 8 จุด
สรุปและช่องทางการติดตาม
สถานการณ์ไฟป่า และจุดความร้อนเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ ค่าฝุ่น PM 2.5 พุ่งสูงขึ้น ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรสวมหน้ากากอนามัยและหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง
เช็กข้อมูลแบบ Real-time ได้ที่
ท่านสามารถติดตามรายละเอียดจุดความร้อนทั่วประเทศและข้อมูลจากดาวเทียมเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ GISTDA: disaster.gistda.or.th/fire





