ระวังภัยออนไลน์ ร่วมลงทุนเทรดหุ้นผ่าน TikTok โดนหลอกโอนเงิน 5 แสนบาท ล่าสุดตำรวจกองปราบบุกจับหนุ่มบัญชีม้า
อัปเดตระวังภัยออนไลน์ ร่วมลงทุนเทรดหุ้น ผ่าน TikTok โดนหลอกโอนเงิน 5 แสนบาท ล่าสุดตำรวจกองปราบบุกจับหนุ่มบัญชีม้า
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) หรือ กองปราบ ได้ร่วมกันจับกุม นาย ภ อายุ 21 ปี ตามหมายจับของศาลจังหวัดชุมแพ ในความผิดฐาน
- ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน
- นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ และเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตนโดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง (บัญชีม้า)
โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณหน้าหอพักแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี
พฤติการณ์ในคดีนี้ เริ่มต้นจากผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.ชุมแพ ว่าตนถูกกลุ่มมิจฉาชีพหลอกลวงให้ร่วมลงทุนเทรดหุ้นผ่านแอปพลิเคชัน TikTok โดยคนร้ายได้สร้างบัญชีปลอมขึ้นมา แล้วเผยแพร่คลิปวิดีโอและไลฟ์สดอ้างตนเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน ก่อนจะชักชวนให้ผู้เสียหายเข้าร่วมกลุ่มแชต
และแนะนำให้ทำการซื้อขายหุ้นผ่านแพลตฟอร์มที่กลุ่มมิจฉาชีพได้สร้างขึ้นมาเพื่อหลอกลวงโดยเฉพาะ ในช่วงแรกของการลงทุน
ผู้เสียหายสามารถทำการถอนเงินกำไรออกมาได้จริง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ต่อมาคนร้ายได้โน้มน้าวให้ผู้เสียหายเพิ่มวงเงินลงทุน โดยอ้างว่าจะได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้นในระยะเวลาอันสั้น
ด้วยความหลงเชื่อ ผู้เสียหายจึงได้โอนเงินไปอีกหลายครั้ง รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 500,000 บาท แต่หลังจากนั้นกลับไม่สามารถถอนเงินออกมาได้อีก
และถูกปิดกั้นการติดต่อทุกช่องทาง จึงมั่นใจว่าตนถูกหลอกและได้เข้าแจ้งความดำเนินคดี
จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ป. ได้ตรวจสอบเส้นทางการเงิน พบว่าคนร้ายมีการวางแผนมาเป็นอย่างดี
เมื่อผู้เสียหายโอนเงินเข้าบัญชีม้าแถวแรก เงินจะถูกผ่องถ่ายต่อไปยังบัญชีแถวที่สองและแถวอื่นๆ อย่างรวดเร็ว
โดยแบ่งยอดเงินออกเป็นหลายรายการเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ และพบว่าในคดีนี้มีบัญชีม้าที่ใช้รับเงินจากผู้เสียหายในแถวแรกมากถึง 8 บัญชี
ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้สืบทราบว่า นาย ภ ซึ่งเป็นหนึ่งในเจ้าของบัญชีม้าแถวแรก ได้หลบหนีมาพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ จ.ปทุมธานี จึงได้นำกำลังเข้าจับกุมตัวได้ดังกล่าว
จากการสอบถาม ผู้ต้องหาให้การว่าตนได้รับการว่าจ้างให้ไปเปิดบัญชีธนาคารจำนวน 2 บัญชี ที่บริเวณชายแดน จ.สระแก้ว โดยผู้ว่าจ้างอ้างว่าจะใช้ในการสมัครงานที่ต่างประเทศ
หลังจากเปิดบัญชีสำเร็จ ก็มีรถตู้มารับตัวข้ามไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยถูกนำไปพักที่ตึกสูงซึ่งชั้นล่างเป็นคาสิโน เป็นระยะเวลาประมาณ 1 เดือน มีหน้าที่เพียงอย่างเดียวคือการสแกนใบหน้า และได้รับค่าจ้างเป็นรายวัน วันละประมาณ 700 บาท
ซึ่งตนทราบดีว่าเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการแก๊งสแกมเมอร์ เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.ชุมแพ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา
การปฏิบัติภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุปผาสุวรรณ ผบก.ป., พ.ต.อ.สุริยศักดิ์ จิราวัสน์ ผกก.3 บก.ป. สั่งการให้ พ.ต.ท.อัครวุฒิ จันทร์เจริญ สว.กก.3 บก.ป. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชป.2 กก.3 บก.ป. ดำเนินการ





