นักวิชาการธรรมศาสตร์ เผยข้อควรระวังรักออนไลน์ในผู้สูงวัย เหตุเผชิญกับความเหงา อาจตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพได้
นักวิชาการธรรมศาสตร์ เผย ข้อควรระวังรักออนไลน์ในผู้สูงวัย เหตุเผชิญกับความเหงา ต้องการใครสักคนเข้ามาเติมเต็ม ขณะที่สมองส่วนการใช้เหตุผล-เตือนภัย ประสิทธิภาพลดลงสบช่อง มิจฉาชีพหลอกลวง โดยเฉพาะ “เพศชาย” ที่ฮอร์โมนควบคุมความต้องการทางเพศยังคงอยู่แม้จะอายุมากขึ้น เสี่ยงต่อการถูกล่อหลอกด้วยรูปลักษณ์ และโดพามีนจะยิ่งหลั่งมาก หากถูกเอาใจ-ได้รับการตอบสนองความต้องการ จึงตกเป็นเหยื่อได้ง่าย
รศ. ดร.โมนิล เตชะวชิรกุล อาจารย์ประจำสาขาจิตวิทยา คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผยถึงข้อควรระวังและการรู้เท่าทันความรักของผู้สูงอายุ ในยุคที่โซเชียลมีเดีย แอปพลิเคชันและแพลตฟอร์มหาคู่ กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง โดยระบุว่า การสร้างความสัมพันธ์หรือการมีความรักในปัจจุบันเป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้สูงอายุที่ไม่เข้าใจและปรับตัวไม่ทันโซเชียลมีเดีย หรือแพลตฟอร์มหาคู่ ที่เปิดพื้นที่ทำให้เจอผู้คนหลากหลายและตรงกับความต้องการมากขึ้น ซึ่งในบางรายอาจส่งผลให้เกิดการเปรียบเทียบจนทำให้ความพึงพอใจในความสัมพันธ์เดิมที่มีอยู่ลดน้อยลง ไปจนถึงการพบเจอกับความสัมพันธ์ที่เป็นพิษ (Toxic) และการหลอกลวง
สำหรับปัจจัยที่ทำให้ผู้สูงอายุมีความเสี่ยงต่อการมีความรักในยุคโซเชียลมีเดียและแพลตฟอร์มหาคู่ นอกจากระดับความรู้เท่าทันสื่อและเทคโนโลยีที่อาจมีไม่มากนักแล้ว ผู้สูงอายุจำนวนไม่น้อยยังเผชิญกับความรู้สึกเหงา โดดเดี่ยว หรือรู้สึกว่าชีวิตไม่ได้ถูกเติมเต็มเนื่องจากการสูญเสียคู่ชีวิต หรือไม่ได้อยู่อาศัยกับลูกหลาน และหากพิจารณาทางกายภาพ พบว่าสมองส่วนหน้าสุดที่ทำหน้าที่ในการคิดวิเคราะห์ รวมถึงสมองอีกส่วนที่ทำหน้าที่ส่งสัญญาณเตือนภัยให้กับร่างกายเมื่อเผชิญกับอันตรายก็มีความเสื่อมถอยตามอายุที่เพิ่มขึ้น นั่นทำให้ความเฉียบแหลมในการจับพิรุธของผู้สูงอายุน้อยกว่าวัยรุ่นหรือคนวัยกลางคน
ในผู้สูงอายุเพศชาย ฮอร์โมนที่ควบคุมความต้องการทางเพศจะไม่ได้ลดลงเท่าเพศหญิง จึงเสี่ยงต่อการถูกล่อหลอกด้วยรูปลักษณ์
ฉะนั้น หากไปเจอกับมิจฉาชีพหรือผู้ที่ต้องการหลอกลวง ซึ่งมีทักษะในการเอาใจ รูปร่างหน้าตาดี และตอบโจทย์ความต้องการของผู้สูงอายุได้ดีก็จะยิ่งตกหลุมพรางได้ง่าย เพราะสิ่งเหล่านี้ทำให้ สมองผู้สูงอายุหลั่งโดพามีน (Dopamine) หรือสารแห่งความสุขออกมาจำนวนมาก และสารดังกล่าวยังมีผลต่อแรงจูงใจทำให้อยากคุยกับคนรัก (หลอกๆ) เรื่อยๆ ขณะที่สมองส่วนประเมินสถานการณ์และการใช้เหตุผลกลับลดประสิทธิภาพลงด้วยตามธรรมชาติ
นักวิชาการธรรมศาสตร์ กล่าวต่อไปว่า ความรักของ Romance scammer หรือผู้ที่หวังผลประโยชน์จะเกิดขึ้นไว ประโคมความสนใจให้จนรู้สึกว่าความต้องการถูกเติมเต็มเพียงเวลาไม่กี่วัน แต่พอนานเข้าก็จะลดลง รวมถึงการพูดคุยก็จะไม่ค่อยเป็นเรื่องไลฟ์สไตล์ในชีวิต แต่จะคุยแล้ววนเข้าเรื่องของชีวิตเดือดร้อนมีปัญหา จากนั้นก็โยงไปสู่เรื่องเงิน เช่น ป่วยฉุกเฉิน มีเหตุต้องการเงินกะทันหัน ซึ่งพอเริ่มมีปัจจัยเรื่องเงินมาเกี่ยวข้องต่อให้ไม่ใช่สแกมเมอร์ก็ควรเริ่มชั่งใจด้วยว่าเขารักเราเพราะเราหรือรักเราเพราะเงิน เพราะความรักที่ Healthy มักใช้เวลาค่อนข้างนานในการสร้าง รวมถึงจะรู้สึกสบายใจ มั่นคง ได้เป็นตัวของตัวเอง แต่ถ้าความรักไหนรู้สึกมีความกลัว ความกังวล รู้สึกผิด สลับกับความตื่นเต้น อารมณ์ที่ผสมกันจนปั่นป่วนมวลท้องอาจจะเป็นหนึ่งในสัญญาณว่าความรักนั้นไม่ใช่ความรักที่ Healthy
“ข้อมูลในต่างประเทศพบว่า จริงๆ แล้วอายุไม่ได้เป็นประเด็นมากนักในการตกเป็นเหยื่อบนโลกออนไลน์ ทุกวัยมีความเสี่ยงเหมือนกันหมดขึ้นอยู่กับการรู้เท่าทันสื่อและเทคโนโลยี และความเปราะบางทางอารมณ์ ซึ่งในผู้สูงอายุมีองค์ประกอบเหล่านี้ค่อนข้างครบ เมื่อมาผสมรวมกับการมีสินทรัพย์ค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับช่วงวัยอื่นๆ จึงทำให้ตกเป็นเหยื่อชั้นดีของพวกสแกมเมอร์ หรือคนที่หวังผลประโยชน์จากความรัก” รศ. ดร.โมนิล กล่าว
วิธีเตรียมความพร้อมเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ปลอดภัยในโลกออนไลน์ สามารถเริ่มจาก
1. การยอมรับคุณค่าในตัวเองก่อน เพราะหากอยากมีความรักหรือมีแฟนโดยตั้งอยู่บนฐานของความต้องการรู้สึกมีคุณค่า นั่นเป็นสัญญาณบ่งบอกว่ากำลังเอาตัวเองไปอยู่ในความสัมพันธ์แบบพึ่งพิง ซึ่งจะเสี่ยงต่อการยอมทำตามเขาเพื่อไม่ให้เสียความรักครั้งนั้นไป ถ้าเสียความรักไปจะรู้สึกไร้ค่า การอยู่ในความสัมพันธ์ลักษณะนี้เสี่ยงที่จะตกเป็นเหยื่อทั้งจากความรุนแรงทางกาย คำพูด ไปจนถึงการถูกหลอกลวงเพื่อผลประโยชน์ โดยให้
ลองถามตัวเองง่ายๆ ว่า ไม่ว่าจะมีแฟนหรือไม่มีแฟนยังรู้สึกดีหรือเห็นตัวเองว่ามีคุณค่าอยู่หรือไม่ สิ่งนี้จะช่วยบอกถึงระดับการยอมรับและการเห็นคุณค่าในตัวเองได้
2. มีวิธีจัดการความเหงาของตัวเองอย่างไร สามารถจัดการด้วยตัวเองได้หรือไม่ หรือต้องพึ่งพิงคนอื่น พร้อมคุยกับใครก็ได้ที่ทักมา ตรงนี้เป็นสัญญาณที่ค่อนข้างต้องระวังว่ารักจริงๆ หรือแค่เหงา
3. เปลี่ยนตัวเองง่ายเกิน เวลาคุยกับใครเพื่อสร้างความสัมพันธ์ ให้สังเกตว่าเปลี่ยนตัวเองง่ายเกินไปหรือเปลี่ยนมากเกินไปจนฝืนธรรมชาติของตัวเองและสงสัยในคุณค่าของตัวเองหรือไม่ เพราะอาจเป็นสัญญาณที่เตือนว่ากำลังยอมเสียคุณค่าในตัวเองเพราะไม่อยากสูญเสียความสัมพันธ์ในครั้งนี้ ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งพื้นฐานที่จะช่วยให้สามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ปลอดภัย รวมถึงป้องกันการถูกหลอกในความสัมพันธ์ได้





