รักแท้จนวันตาย! 13 ก.พ. วันรักนกเงือก 2569 เปิดตำนานความรักแท้ ความซื่อสัตย์ให้โลกรู้ นักปลูกป่ามือฉมัง ดัชนีชี้วัดลมหายใจของผืนป่า ก่อนถึง 14 กุมภาฯ วันวาเลนไทน์ 2569
"รักแท้ของนกเงือก คือลมหายใจของป่าไทย" ...13 ก.พ. "วันรักนกเงือก 2569" เปิดตำนานความรักแท้ และความซื่อสัตย์ให้โลกรู้ "นักปลูกป่ามือฉมัง" ดัชนีชี้วัดลมหายใจของผืนป่า ก่อนถึง 14 กุมภาฯ วันวาเลนไทน์ 2569
โหมโรงวันแห่งความรัก ทำไมต้อง 13 กุมภาพันธ์ "วันรักนกเงือก"
ก่อนจะถึงค่ำคืนวันวาเลนไทน์ที่อบอวลไปด้วยดอกกุหลาบ ทราบหรือไม่ว่าวันที่ 13 กุมภาพันธ์ของทุกปี คือวันที่เราต้องหยุดเพื่อระลึกถึง "วันรักนกเงือก" (Love Hornbill Day) สัญลักษณ์แห่งความรักแท้และความซื่อสัตย์ที่มั่นคงยิ่งกว่านิยายโรแมนติกเรื่องไหนๆ
ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2547 โดย มูลนิธิศึกษาวิจัยนกเงือก คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อให้คนไทยตระหนักว่า ก่อนที่เราจะบอกรักใครสักคน เราควรเหลียวมอง "นกเงือก" สัตว์ที่มอบชีวิตและจิตวิญญาณเพื่อคู่ของมันเพียงตัวเดียวตลอดกาล และกำลังเผชิญกับวิกฤตใกล้สูญพันธุ์อย่างน่าเป็นห่วงในปัจจุบัน
หัวใจที่ซื่อสัตย์ เมื่อคู่ตาย ฉันก็อยู่ไม่ได้
เหตุผลที่นกเงือกถูกยกย่องให้เป็นสัญลักษณ์แห่งรักแท้ ไม่ใช่เพียงแค่การอยู่ด้วยกันไปวันๆ แต่เป็นเพราะพฤติกรรม "ผัวเดียวเมียเดียว" ตลอดชีวิต หากตัวใดตัวหนึ่งตายจากไป อีกตัวมักจะตรอมใจและตายตามในเวลาไม่นาน
ความซื่อสัตย์ที่จับต้องได้
- ในช่วงวางไข่ ตัวเมียจะขังตัวเองอยู่ในโพรงไม้ และมีเพียงตัวผู้เท่านั้นที่ออกไปหาอาหารมาป้อน
ชีวิตฝากไว้ในมือเธอ
- หากนกตัวผู้ถูกล่าหรือได้รับอันตรายจนกลับมาไม่ได้ นกตัวเมียและลูกน้อยในโพรงก็จะอดอาหารจนตายตามไปด้วย นี่คือ "พันธสัญญาแห่งรัก" ที่แลกมาด้วยชีวิตอย่างแท้จริง
ฉายา "นักปลูกป่ามือฉมัง" ดัชนีชี้วัดลมหายใจของผืนป่า
นกเงือกไม่ได้มีดีแค่เรื่องความรัก แต่พวกมันคือ "วิศวกรนิเวศวิทยา" ที่อยู่คู่โลกมานานกว่า 45 ล้านปี! ด้วยจะงอยปากที่ใหญ่ หนา และมีโหนกเป็นเอกลักษณ์ พวกมันทำหน้าที่กินผลไม้สุกแล้วนำเมล็ดไปทิ้งตามพื้นที่ต่างๆ จนได้ฉายาว่า "นักปลูกป่ามือฉมัง"
นกเงือกยังช่วยควบคุมประชากรสัตว์ขนาดเล็ก เช่น แมลงและหนู ทำให้ระบบนิเวศสมดุล หากนกเงือกหายไป สิ่งมีชีวิตอื่นๆ ในป่าก็จะค่อยๆ สูญพันธุ์ตามไปด้วยเป็นโดมิโน่
นกชนหิน สัตว์ป่าสงวนลำดับที่ 20 และวิกฤตที่ยังไม่จบ
ในประเทศไทยเรามีนกเงือกทั้งหมด 13 ชนิด แต่ที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือ "นกชนหิน" (Helmeted hornbill) ที่ถูกยกระดับเป็นสัตว์ป่าสงวนลำดับที่ 20 ของไทย ภายใต้ พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 เนื่องจากถูกล่าอย่างหนักเพื่อเอา "โหนก" ที่มีความแข็งเหมือนงาช้างไปทำเครื่องประดับ
ปัจจุบันประชากรนกเงือกหลายชนิดลดลงอย่างต่อเนื่องจากการบุกรุกป่าและพรานล่าสัตว์ ซึ่งหากเราไม่รีบอนุรักษ์ "สัญลักษณ์แห่งความซื่อสัตย์" นี้ไว้ อนาคตเราอาจเหลือเพียงภาพถ่ายให้นักรุ่นหลังได้ดู
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการรักษา "รักแท้" ของป่าไม้
ในวันรักนกเงือก 2569 นี้ เราทุกคนสามารถช่วยได้ เริ่มจากการไม่สนับสนุนการซื้อขายอวัยวะนกเงือก ไม่ทำลายแหล่งที่อยู่อาศัย และช่วยกันกระจายเสียงเพื่อให้สังคมตระหนักว่า "รักแท้ของนกเงือก คือลมหายใจของป่าไทย"





