ไทยพบผู้เสียชีวิต โรคพิษสุนัขบ้าคนแรกของปี 2569 เป็นชาย อายุ 36 ปี ถูกลูกสุนัขกัดตั้งแต่ปลายปี 68 แต่ไม่ยอมหาหมอฉีดวัคซีน จนเชื้อลาม ย้ำไม่อยากตาย ต้องฉีดวัคซีนป้องกัน
เช็กอาการอันตราย สุนัขกัด แมวข่วน เป็นพิษภัยได้เลย ล่าสุด ไทยพบผู้เสียชีวิต "โรคพิษสุนัขบ้าคนแรกของปี 2569" เป็นชาย อายุ 36 ปี ถูกลูกสุนัขกัด ตั้งแต่ปลายปี 68 แต่ไม่ยอมหาหมอฉีดวัคซีน จนเชื้อลามแสดงอาการแน่นหน้าอก ปวดหัว หายใจลำบาก ก่อนสิ้นใจสลด กรมควบคุมโรค ย้ำไม่อยากตาย ต้องฉีดวัคซีนป้องกัน
เปิดไทม์ไลน์สลด! หนุ่มเมียนมาถูกลูกสุนัขกัด ชะล่าใจไม่หาหมอ สุดท้ายสิ้นใจ
วันนี้ 13 กุมภาพันธ์ 2569 นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากข่าวแจ้งเตือนสถานการณ์ โรคพิษสุนัขบ้า ในปี 2569 (วันที่ 25 มกราคม) กรมควบคุมโรค ได้รับแจ้งพบผู้เสียชีวิตยืนยันโรคพิษสุนัขบ้า 1 ราย ที่จังหวัดระยอง ซึ่งนับเป็นผู้เสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้าเป็นรายแรกของปี 2569
โดยผู้เสียชีวิตเป็นเพศชาย สัญชาติเมียนมา อายุ 36 ปี โดยเริ่มแสดงอาการเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2569 ด้วยอาการแน่นหน้าอกหลังดื่มน้ำ หายใจไม่สะดวก และเวียนศีรษะ และเสียชีวิตในวันที่ 25 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา
จากการสอบสวนโรคพบว่า ผู้เสียชีวิตมีประวัติถูกลูกสุนัขซึ่งไม่สามารถระบุได้ว่ามีเจ้าของกัดบริเวณอุ้งมือขวาช่วงเดือนธันวาคม 2568 หลังถูกกัดไม่ได้ทำความสะอาดบาดแผล และไม่ได้พบแพทย์เพื่อรับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า
และภายหลังวันเกิดเหตุไม่มีใครพบลูกสุนัขตัวดังกล่าว จึงไม่สามารถระบุอาการและไม่ทราบประวัติการมีชีวิตของลูกสุนัขตัวดังกล่าวได้
สถิติน่าห่วง! ปี 68 ตายไปแล้ว 7 ศพ เผยครึ่งหนึ่งติดจาก "สัตว์มีเจ้าของ"
สถานการณ์โรคพิษสุนัขบ้าในประเทศไทย ยังพบสัตว์เป็นโรคพิษสุนัขบ้าได้ทั่วประเทศ โดยเฉพาะภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ของไทย
โดยในปี 2568 พบรายงานผู้เสียชีวิตด้วยโรคพิษสุนัขบ้าจำนวน 7 ราย ที่
- จังหวัดชลบุรี
- ตาก
- ศรีสะเกษ
- นครราชสีมา
- ฉะเชิงเทรา
- ระยอง
ทั้งหมดเสียชีวิตจากการไม่ไปพบแพทย์หลังถูกกัด ทำให้ไม่ได้รับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าหลังสัมผัสโรคกว่าครึ่งติดเชื้อมาจากสุนัขที่มีเจ้าของ
ทั้งนี้ ยังมีประชาชนที่ไม่ตระหนักถึงอันตรายของโรคนี้ ทั้งที่เป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คนที่เกิดขึ้นได้ตลอดทั้งปี โดยสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิดสามารถนำเชื้อนี้สู่คนได้ทางน้ำลาย ผ่านการกัด ข่วน หรือเลียโดนผิวหนังเปิด หรือเป็นแผล
เช็กด่วน! อาการอันตราย "โรคพิษสุนัขบ้า" แสดงอาการเมื่อไหร่...รักษาไม่ได้ทุกราย
ประชาชนทั่วไป ขอให้ยึดหลักปฏิบัติเมื่อถูกสัตว์กัด ข่วน หรือเลียแผลว่า ควร "ล้างแผล ใส่ยา กักหมา หาหมอ ฉีดวัคซีนให้ครบ"
นอกจากนี้ เจ้าของสัตว์เลี้ยงควรนำสุนัข และแมวไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าเป็นประจำทุกปีเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันในสัตว์
โดยสัตว์ที่พบเป็นโรคพิษสุนัขบ้าบ่อย และเสี่ยงติดสู่คนมากที่สุด ได้แก่ สุนัข และแมว ทันทีที่ถูกกัด หรือข่วนต้องรีบไปพบแพทย์ เพื่อรับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าให้ครบตามจำนวน เพราะระยะฟักตัวหลังได้รับเชื้อไม่แน่ชัดขึ้นอยู่กับตำแหน่ง และปริมาณเชื้อที่ได้รับ โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 2 สัปดาห์ ถึง 2 เดือน บางรายอาจนานถึง 1 ปี หากปล่อยจนผู้ติดเชื้อแสดงอาการแล้วจะไม่สามารถรักษาได้ ต้องเสียชีวิตทุกราย
โดยอาการที่จะแสดงส่วนใหญ่มักมีไข้ ปวดศีรษะ คันรุนแรงบริเวณบาดแผล คลุ้มคลั่ง กลัวแสง กลัวลม กลืนน้ำ หรืออาหารลำบาก
นายแพทย์ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับประชาชนที่มีสัตว์เลี้ยง เช่น สุนัข และแมวต้องนำสัตว์เลี้ยงไปฉีดวัคซีนครั้งแรก เมื่อสัตว์เลี้ยงมีอายุ 2 – 4 เดือน แล้วฉีดซ้ำตามกำหนดทุกปี ไม่ควรปล่อยสัตว์เลี้ยงออกนอกบ้านตามลำพังโดยไม่ใส่สายจูง
หากพบสุนัข หรือแมวมีอาการดุร้ายหรือเซื่องซึมจนป่วยตายผิดปกติ ขอให้รีบแจ้งปศุสัตว์ในพื้นที่หรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทันที การลดความเสี่ยงถูกสุนัขกัด หรือทำร้าย
คาถา 5 ย. ป้องกันตัวจากสุนัขกัด และหลักการ "ล้างแผล-หาหมอ" ที่ต้องจำให้ขึ้นใจ
เพื่อลดความเสี่ยงถูกกัด กรมควบคุมโรคแนะนำให้ยึดหลัก "5 ย." ดังนี้
- อย่าแหย่ ให้สุนัขโมโห โกรธ
- อย่าเหยียบ หาง หัว ตัว ขา หรือทำให้สุนัขตกใจ
- อย่าแยก สุนัขที่กำลังกัดกันด้วยมือเปล่า
- อย่าหยิบ ชามข้าว หรือย้ายอาหาร ขณะที่สุนัขกำลังกินอาหาร
- อย่ายุ่ง หรือเข้าใกล้กับสุนัข หรือสัตว์ นอกบ้านที่ไม่มีเจ้าของ หรือไม่ทราบประวัติ
หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สถานพยาบาลใกล้บ้าน หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422





