วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

คพ. เฝ้าระวังสั่งกู้สารเคมี 14 ตู้ หลังเรือสินค้าอัปปางทะเลภูเก็ต

คพ. เฝ้าระวังสั่งกู้สารเคมี 14 ตู้ หลังเรือสินค้าอัปปางทะเลภูเก็ต

คพ. เกาะติดเรือสินค้าล่มภูเก็ต เฝ้าระวังสารเคมี 14 ตู้และน้ำมัน 130 ตันรั่วไหลลงทะเล เร่งวางทุ่นกักน้ำมันและพร้อมกู้ตู้สินค้า

กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ร่วมกับกรมเจ้าท่า และ ทรภ.3 ยกระดับการเฝ้าระวังเหตุเรือบรรทุกสินค้าสัญชาติปานามาอัปปางห่างฝั่งราไวย์ 1.82 ไมล์ทะเล หวั่นกระทบระบบนิเวศทางทะเล เตรียมใช้แบบจำลอง Oil Map คาดการณ์ทิศทางคราบน้ำมัน พร้อมดีเดย์กู้ตู้คอนเทนเนอร์ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้

สรุปสถานการณ์เหตุเรือล่มภูเก็ต

เมื่อเร็วๆ นี้ เกิดเหตุเรือบรรทุกสินค้า (Dry Cargo/Container Ship) สัญชาติปานามา ประสบเหตุมีรอยรั่วใต้ท้องเรือทำให้น้ำเข้าตัวเรือและจมลงบริเวณทิศตะวันตกเฉียงใต้ของ เกาะแก้วน้อย ต.ราไวย์ จ.ภูเก็ต โดยข้อมูลเบื้องต้นระบุรายละเอียดทรัพยากรบนเรือดังนี้:

  • ลูกเรือ : 16 ราย (ได้รับการช่วยเหลือปลอดภัยทั้งหมด)
  • ตู้คอนเทนเนอร์ : 297 ตู้
  • น้ำมันเชื้อเพลิง : Heavy Oil 98 ตัน และ Marine Diesel Oil 32 ตัน

คพ. เฝ้าระวังสั่งกู้สารเคมี 14 ตู้ หลังเรือสินค้าอัปปางทะเลภูเก็ต

เปิดลิสต์สารเคมีอันตราย : คพ. เตือนระวังปฏิกิริยาเคมี

นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ มอบหมายให้ทีมผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่ติดตามผลกระทบ พบว่า ในจำนวนตู้สินค้าทั้งหมด มีตู้บรรจุวัตถุอันตราย 14 ตู้ ซึ่งต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่:

  1. กลุ่มของเหลวไวไฟ (Class 3) : เช่น เอทิลอะซิเตต (Ethyl Acetate) หากรั่วไหลจะลอยที่ผิวน้ำ เสี่ยงต่อการลุกไหม้และคราบสกปรกชายหาด
  2. กลุ่มสารกัดกร่อน (Class 8) : กรดอะซิติก (Acetic Acid) หากรั่วไหลอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อสัตว์น้ำและปะการัง
  3. กลุ่มสารออกซิไดซ์ (Class 5.1) : ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ ซึ่งหากผสมกับสารไวไฟอาจทำให้เกิดการระเบิดหรือไฟไหม้ได้

ข้ออุ่นใจ : สินค้าอันตรายส่วนใหญ่จัดอยู่ใน Packaging Group II และ III (อันตรายปานกลางถึงน้อย) ซึ่งมีการบรรจุที่แน่นหนาตามมาตรฐานสากล ช่วยลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายวงกว้าง

คพ. เฝ้าระวังสั่งกู้สารเคมี 14 ตู้ หลังเรือสินค้าอัปปางทะเลภูเก็ต

มาตรการแก้ไขและแผนการกู้เรือ

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้วางมาตรการเชิงรุกเพื่อป้องกันความเสียหายต่อการท่องเที่ยวและสิ่งแวดล้อม ดังนี้:

  • การกู้คืนสินค้า : ทัพเรือภาคที่ 3 (ทรภ.3) และ ศรชล. เตรียมนำเรือบาร์จเข้าเก็บกู้ตู้คอนเทนเนอร์ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569
  • การป้องกันคราบน้ำมัน : กรมเจ้าท่าเตรียมวางทุ่นกักน้ำมัน (Boom) รอบบริเวณจุดที่เรือจม
  • เทคโนโลยีพยากรณ์ : คพ. ใช้แบบจำลองคณิตศาสตร์ Oil Map เพื่อคาดการณ์ทิศทางการเคลื่อนที่ของน้ำมัน หากเกิดการรั่วไหลจริง เพื่อวางแผนดักสกัดได้ทันท่วงที

คำแนะนำสำหรับชาวเรือและประชาชน

กรมเจ้าท่า ได้ออกประกาศให้ระมัดระวังการเดินเรือในบริเวณใกล้เคียงเกาะแก้วน้อย และขอให้ประชาชนในพื้นที่ราไวย์ติดตามการแจ้งเตือนอย่างใกล้ชิด หากพบเห็นคราบน้ำมันหรือสิ่งผิดปกติชายหาด สามารถแจ้งสายด่วนกรมควบคุมมลพิษได้ทันที