รองปลัดกระทรวงคมนาคม ประชุมติดตามความคืบหน้าผลสอบ 2 เหตุ เครนถล่ม 'สีคิ้ว - พระราม 2' เน้นย้ำต้องโปร่งใส ไม่ล่าช้า
อัปเดตเหตุเครนถล่ม 'สีคิ้ว-พระราม 2' วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธานประชุมคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีเครนก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูง สัญญาที่ 3-4 ช่วงลำตะคอง - สีคิ้ว และช่วงกุดจิก - โคกกรวด โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร - นครราชสีมา ตกทับขบวนรถไฟ และ คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีเหตุคานปูน (Segment) และเครน (Launching Gantry Crane) โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษหมายเลข 82 สายทางยกระดับบางขุนเทียน - บ้านแพ้ว ช่วงเอกชัย - บ้านแพ้ว ตอน 7 พังถล่ม เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ห้องประชุมคมนาคม 2 กระทรวงคมนาคม
นายจิระพงศ์ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เพื่อติดตามการสอบสวนข้อเท็จจริงของทั้ง 2 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อนำไปสู่ความชัดเจน ซึ่งต้องชี้แจงให้สาธารณะชนได้ทราบต่อไป โดยคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีเครนก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูงฯ ได้มีการติดตามรายงานการดำเนินงานของอนุกรรมการด้านวิศวกรรมที่มีการรวบรวม ตรวจสอบและพิจารณาข้อมูล เอกสาร หลักฐานทางวิศกรรมที่เกี่ยวข้อง เช่น หลักฐานจากกล้องวงจรปิดในบริเวณพื้นที่ใกล้เคียง คู่มือการทำงานการยกและติดตั้งชิ้นส่วนรวมถึงการเคลื่อน Launching Gantry 4 และการประกอบ แบบก่อสร้างที่มีรายละเอียดของการประกอบติดตั้ง
คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีเหตุคานปูน (Segment) และเครน (Launching Gantry Crane) โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษหมายเลข 82 สายทางยกระดับบางขุนเทียน - บ้านแพ้วฯ ได้มีการติดตามรายงานของคณะอนุกรรมการด้านวิศวกรรมในการตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับกรมทางหลวงซึ่งมีการตรวจสอบพยานหลักฐาน 9 จุด ร่วมกับเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดสมุทรสาคร และรายการตรวจสอบเอกสาร 17 รายการ การประสานสถานีตำรวจภูธรเมืองสมุทรสาคร เพื่อขออนุญาตย้ายวัตถุพยานไปทำการทดสอบเพื่อนำไปสู่บทสรุปข้อเท็จจริง โดยจากนี้คณะอนุกรรมการฯ มีแผนในการทดสอบวัสดุ การจำลองโครงสร้างเพื่อวิเคราะห์ขณะเกิดเหตุ การสอบปากคำพยานบุคคลและสรุปข้อเท็จจริงผลการตรวจสอบ
นายจิระพงศ์ กล่าวต่ออีกว่า ได้เน้นย้ำการดำเนินงานของทั้ง 2 คณะกรรมการต้องเป็นไปด้วยความโปร่งใส ไม่ล่าช้า โดยเฉพาะขั้นตอนการเรียกขอเอกสารเพื่อตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งหากพบว่าไม่เป็นไปตามกำหนดหรือประวิงเวลา คณะกรรมการสามารถพิจารณาในการตั้งข้อกล่าวหาได้ โดยคณะกรรมการฯ มีกำหนดสรุปผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดให้เสร็จสิ้นตามกรอบเวลา 45 วัน เพื่อนำเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมและนำชี้แจงต่อสาธารณะชนต่อไป





