ระวังภัย เตือนขายสินค้าออนไลน์มือสอง โดนหลอกโอนเงินอื้อ บุกจับสาวบัญชีม้าที่กาญจนบุรี
อัปเดตระวังภัย เตือน ขายสินค้าออนไลน์มือสอง โดนหลอกโอนเงินอื้อ บุกจับสาวบัญชีม้า ที่กาญจนบุรี
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ได้ร่วมกันจับกุม นางสาว อ อายุ 48 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี ในความผิดฐาน
- ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน
- โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม และเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน (บัญชีม้า)
สามารถติดตามจับกุมตัวได้ที่บ้านพักในพื้นที่ ต.เกาะสำโรง อ.เมือง จ.กาญจนบุรี
พฤติการณ์ในคดีนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อประมาณเดือนเมษายน 2568 ผู้เสียหายได้เข้าไปในเพจเฟซบุ๊กสำหรับขายสินค้าออนไลน์มือสอง และได้โพสต์ขายเสื้อผ้า
หลังจากนั้นไม่นาน แอดมินของเพจได้ติดต่อกลับมาแจ้งว่ามีผู้สนใจซื้อสินค้าของผู้เสียหายเป็นจำนวนมาก และได้ชักชวนให้ผู้เสียหายเปิดบัญชีธนาคารเพื่อรับเงินค่าสินค้า
โดยแอดมินอ้างว่าจะทำการทดสอบระบบก่อน ด้วยการให้ผู้เสียหายโอนเงินเข้าบัญชีของแอดมิน ซึ่งเป็นชื่อบัญชีของผู้ต้องหา แล้วแอดมินจะโอนเงินกลับคืนให้
ซึ่งในครั้งแรกผู้เสียหายได้รับเงินคืนจริง จึงหลงเชื่อและทำการโพสต์ขายสินค้าต่อ หลังจากนั้น แอดมินได้อ้างว่าไม่สามารถโอนเงินค่าสินค้าให้ได้เนื่องจากมีเงินค้างในระบบเพราะโอนผิดบัญชี
และหลอกล่อให้ผู้เสียหายโอนเงินเข้าไปในระบบเพิ่มเติมเพื่อปลดล็อกระบบ โดยอ้างว่าเมื่อปลดล็อกแล้วจะสามารถถอนเงินทั้งหมดออกมาได้
แอดมินได้ใช้เหตุผลต่างๆ นานา เพื่อหลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินเข้าบัญชีต่างๆ หลายครั้ง ตั้งแต่หลักร้อยบาทไปจนถึงหลักแสนบาท รวมมูลค่าความเสียหายทั้งสิ้นประมาณ 700,000 บาท
เมื่อผู้เสียหายไม่สามารถติดต่อแอดมินได้อีก จึงรู้ตัวว่าถูกหลอกและได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.บางกรวย
จนนำไปสู่การออกหมายจับผู้ร่วมกระทำความผิดหลายราย ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ น.ส. อ เจ้าของบัญชีม้าที่ใช้ในการรับโอนเงิน
นอกจากนี้ จากการตรวจสอบยังพบว่า น.ส. อ มีหมายจับในคดีลักษณะเดียวกันอีก 2 หมายของศาลจังหวัดตะกั่วป่า และศาลอาญาธนบุรี
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้สืบสวนติดตามจนทราบว่าผู้ต้องหาหลบหนีมาพักอาศัยอยู่ที่ จ.กาญจนบุรี จึงเข้าทำการจับกุมและนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางกรวย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
เบื้องต้น ผู้ต้องหารับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง แต่ให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าตนเองก็ถูกหลอกให้ไปทำงานกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ประเทศกัมพูชา โดยถูกพาข้ามแดนผ่านช่องทางธรรมชาติ และถูกบังคับให้เปิดบัญชีธนาคารพร้อมสแกนใบหน้าเพื่อใช้ในการถอนเงิน โดยที่ตนไม่ทราบมาก่อนว่าจะถูกนำไปใช้ในการกระทำความผิด
การปฏิบัติภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป., พ.ต.อ.เจตนิพั ทธ์ ศิริวัฒน์ ผกก.1 บก.ป. สั่งการให้ พ.ต.ท.เอกรัฐ จันทร์มณี สว.กก.1 บก.ป. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ป. ดำเนินการ





