“กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)” เตือนประชาชนหยุดพฤติกรรมเสี่ยง งดการเผาทุกชนิดในช่วงวิกฤตฝุ่น PM 2.5
"กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)" ขอแนะประชาชนงดการเผาทุกชนิดในช่วง วิกฤตฝุ่น PM 2.5 โดยเฉพาะ การเผาขยะและเผาวัสดุทางการเกษตร หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ก่อให้เกิดควันในชีวิตประจำวัน พร้อมลดการปล่อยควันดำจากยานพาหนะ หันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะเดินทางร่วมกัน หรือรถพลังงานไฟฟ้าแทน รวมทั้งผู้ประกอบการอุตสาหกรรมและงานก่อสร้างให้ควบคุมฝุ่นตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด เพื่อลดปริมาณมลพิษทางอากาศที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน
นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น โดยบางพื้นที่มีค่าฝุ่นสูงถึง 100 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร โดยเฉพาะบริเวณที่มีจราจรหนาแน่นและพื้นที่ก่อสร้าง และพื้นที่ที่มีการเผาในที่โล่ง มลพิษจากยานพาหนะและโรงงานอุตสาหกรรม และการเผาในพื้นที่การเกษตร ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ค่าฝุ่นเกินมาตรฐานและส่งกระทบต่อสุขภาพ
โดยงดการเผาทุกกรณี ทั้งการเผาขยะ การเผาป่า และการเผาวัชพืชทางการเกษตร เนื่องจากก่อให้เกิดหมอกควันสะสมในอากาศ เกษตรกรควรใช้วิธีไถกลบหรือแปรรูปเศษวัสดุทางการเกษตรแทนการเผาในที่โล่งแจ้ง อีกทั้งหลีกเลี่ยงการปิ้งย่างอาหารและการจุดธูปเทียนเพิ่มปริมาณฝุ่นในอากาศให้เปลี่ยนไปใช้เตาไร้ควันและเลือกใช้ธูปเทียนไฟฟ้า เพื่อลดการก่เกิดควันในชีวิตประจำวัน
พร้อมหมั่นตรวจสอบสภาพรถยนต์อย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากเครื่องยนต์ที่เผาไหม้ไม่สมบูรณ์เป็นสาเหตุของควันดำ ลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว หันมาใช้รถโดยสารสาธารณะหรือรถพลังงานไฟฟ้า
ขณะเดียวกันผู้ประกอบการจากงานก่อสร้างต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เช่น คลุมผ้าใบ ติดตั้งตาข่ายป้องกันฝุ่น และฉีดพ่นละอองน้ำเพื่อลดการฟุ้งกระจาย ส่วนโรงงานอุตสาหกรรมต้องควบคุมการปล่อยมลพิษ ติดตั้งระบบกำจัดฝุ่น และดำเนินการตามมาตรฐานสิ่งแวดล้อมตามที่กฎหมายได้กำหนด การปลูกต้นไม้ที่ช่วยดักจับฝุ่นยังช่วยลดปริมาณฝุ่น เพิ่มพื้นที่สีเขียวและสร้างอากาศบริสุทธิ์ในระยะยาว





